<< วิธีทำ Nebula Sky >> 
เรียบเรียงบทความโดย คุณ krittiya
 
step 1

File>New ระบุตามขนาดนี้ หรือตามขนาดที่ต้องการ
Width: 400x 400 pixels Hieght:400pixels
Resolution; 72 pixels /inch Mode : RGB
Content : Backgrond  Color

โดยกำหนดสี   Backgrond  ไว้เป็นสีดำ  ก่อนการสร้างไฟล์  เราจะได้พื้นงานเป็นสีดำ

step 2

เลือกโฟรกราวด์เป็นสีแดง หรือสีที่ต้องการ
จากนั้นใช้คำสั่ง Filter >Render>Cloundsและ Filter>Different Clounds
จากนั้นให้คลิกคำสั่งเดิมซ้ำๆๆ จนกว่าจะได้แบคกราวด์ของภาพตามแบบที่คุณต้องการ




Step 3


สร้างเลเยอร์ขึ้นมาใหม่ไให้ชื่อว่า Star ต่อไป เลือกโฟรกราวด์เป็นสีดำ แล้วกด Alt+Backspaceเพื่อเติมสีดำลงไป
จากนั้นไปที่ Filter>Noise> Add Noise  แล้วปรับค่าต่างๆ ตามรูปตัวอย่าง หรือปรับลดค่า Amoumt ลงอีกได้
ขึ้นอยู่กับว่าต้องการให้มีความหนาแน่นของดาวบนท้องฟ้ามากน้อยเพียงใด



step4

จากนั้นเปลี่ยนแปลงเลอยร์โหมดของเลเยอร์ star ไปเป็น screen
.


step 5

ไปที่คำสั่ง Image >Ajust>Levels  จากนั้นเลื่อนตัสปรับตรงกลางไปทางขวาจนได้ระดับ ความหนาแน่นของดาวบนท้องฟ้า



step6

จากนั้นเราจะเพิ่มดาวดวงใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเพิ่มความสวยงามในตำแหน่งที่ต้องการ
โดยใช้คำสั่ง Filter > Render > Lenfare  ขนาดดวงดาวใหญ่เล็กขึ้นอยู่การปรับ Brightness
และ LenTypeใช้ Paint Brush Tool เพิ่มประกายกระพริบให้กับดวงดาว





สร้างดาวเคราะห์

Step 1
(ตามตัวอย่างที่ให้มาได้นำเอาแบคกราวด์ในบท Nemula Sky มาใช้)



สร้างเลเยอร์ขึ้นมาใหม่ชื่อว่า Planet จากนั้นใช้ Eliptical Marquee Tool
สร้างวงกลมขึ้นขณะที่กด shift ค้างไว้ จากนั้นเลือกสีของดาวที่คุณต้องการให้เป็นโฟรกราวนด์
และสีขาวเป็นแบ๊คกราวด์ กด Alt –Blackspace หรือเทสีลงไปในซีเลคชั่นวงกลม






Step 2

เรียกใช้คำสั่ง Filter>Render >Clouds อาจทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รูปที่เราพอใจ



จากจุดนี้ ถ้าหากไม่ต้องการเพิ่มพื้นผิวขุรขระให้แก่ดาวเคราะห์ให้ข้ามไป

เพิ่ม Texture ให้กับดาวเคราะห์



เพิ่มความนูน เติมแสงเงาและความกลมกลืน

1. ขณะที่ซีเลคชั่นยังกะพริบอยู่ ให้ไปที่เมนูคำสั่ง Filter > Blur > Glaussian Blur โดยปรับค่า Radius ประมาณ 2 pixels หรือตามความเหมาะสม



จากนั้นเพิ่มความเพิ่มความนูนโดย Filter>DistOrt<sprierize ปรับAnount เท่ากับ 100 อาจทำซ้ำเทคนิคนี้ได้หากคิดว่ามันไม่นูนพอ

หาก คุณต้องการเอียงให้กับดาวให้ไปที่คำสั่ง Edit>free TranTranForm (ดังรูปคหที่ 1 )
เมื่อเสร็จแล้วกด Enter จากนั้นกด Ctrl+D เพื่อ Deselect



เรียกใช้ Filter >Render>Lightting Effect แล้วปรับค่าเหมือนในรูปตัวอย่าง
หรือตามความพอใจ



จากนั้นคลิกเรียก Add new stype ซึ่งอยู่ด้านล่างของเลเยอร์พาเลท แล้วไปที่ Inner Shadowปรับค่าต่างๆตามรูป



ถ้าต้องการให้ดาวดูกลมกลืนกับพื้นหลังมากขึ้นอาจพิ่มคำสั่ง filter>blur>Gaussian Blur แล้วปรับค่า Radius ได้อีกด้วย



ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์อื่นๆ เพื่อความสวยงาม

1.เปลี่ยนระดับโดย Image>Adjust>Levels แล้วปรับค่าตามความพอใจ



2.ลองปรับเปลี่ยนหน้าตาดูอีกแบบหนึ่งโดย Image>Adjust>Variations



3.อาจปรับเพิ่มด้วยคำลั่ง Image>Ajust>Cures





Saturn Ring


ในบทนี้ เราจะทำการจำลองกลุ่มก๊าซดังกล่าว เพื่อนำมันไปประกอบเข้ากับรูปดาวเราะห์ที่คุณได้สร้างไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วในบทก่อนหน้า

step 1 สร้างไฟล์ใหม่ขี้นมา ซี่งขนาดของพื้นที่ควรขึ้นอยู่กับขนาดของวงแหวนที่จะสร้าง
ทั้งนี้จะต้องเปรียบเทียบขนาดดูกับดาวเคราะห์ที่เราจะนำมาประกอบภาพในภายหลังด้วย
ขนาดตามตัวอย่างที่ให้มาคือ File >New ระบุขนาดดังนี้
Width:400 pixels  Height:400 pixels  Resolution: 72 pixels/inch Mode:RGB Color Content

step2 สร้างเลเยอร์ขึ้นใหม่ ตั้งชื่อว่า ring  จากนั้นใช้ El[ptical Marquee Tool 
สร้างวงกลดมขึ้นขณะที่กด Shift ค้างไว้ แล้วกด Backspace เพื่อเติมสีโฟร์กราด์สีขาวลงไป





step3  เรียกใช้คำสั่ง  Filter >Render >Clouds



step4    Dupicate เลเยอร์ใหม่  ให้ชื่อว่า tecture จากนั้น Flter >Sketch >Bas Relef โดยปรับค่าต่างๆ  ตามรูป



step5 จากนั้น ไปที่คำลั่ง Image> Adjust>Hue/saturtion  เพื่อเปลี่ยนให้เป็นสีฟ้า โยปรับค่าต่างๆ ตามรูป





step6  Duplicateตั้งชื่อเลเยอร์ใหม่ว่าscreen   จากนั้นไปที่ Filter >Render>Cloundsแล้วเปลี่ยนเลเยอร์โหมดเป็น screen



step 7 รวมเลเยอร์ทั้งสามเข้าด้วยกัน ด้วยการทำ Merge Down  แล้วกดCtrl+D เพื่อDeselect รูปที่ได้จะดูคล้ายกลุ่มก๊าซบางเบาแต่รวมตัวหนาแน่น



step 8 เลือก Elipitical Maquee ทูล ขึ้นมา ขณะที่กด shift ค้างไว้ให้วาดวงกลมไว้ตรงกลางรูปแล้วกด Delete





step 9 ใช้คำสั่ง Select > Modify >Expandป้อนค่า Expand เท่ากับ 10  จากนั้น Select>Modify>border>ป้อนค่าเท่ากับ 1 แล้วกดDelete แล้ว Ctrl+D เพื่อ Deselect



step 10 สร้างวงกลมขึ้นให้ใหญ่กว่าขนาดที่ทำเสร็จไปในขั้นตอนที่9โดยใช้Elipitical Maquee ทูล
จากนั้น Select>Modify>border>ป้อนค่าเท่ากับ 1 แล้วกด Delete



step 11 ต่อไปใช้คำสั่ง  Select > Modify >Expandป้อนค่า Expand เท่ากับ 10
(ครั้งนี้จะเห็นว่าแยกออกเป็น 2 วง ) จากนั้น Select>Modify>border>ป้อนค่าเท่ากับ 1 แล้วกดDelete แล้วCtrl+D เพื่อ Deselect



step 12 สร้างเลยอร์ใหม่ขี้น ตั้งชื่อว่า Planet โดยวางไว้ข้างล่างเลเยอร์ ring จากนั้นไปก๊อปปี้รูปดาวเคราะห์มาจากไฟล์อื่ร หรือบทที่ผ่านมา









step 13 คลิกเลือกเลเยอร์ rimg จากนั้นไปเมนูคำสั่ง Edit>Transform>Skew แล้วปรับวงแหวนให้ได้ระยะตามตัวอย่าง โดยกะขนาดและตำแหน่งกับรูปดาวเสาร์ที่วางอยู่ด้านหลัง ให้มีความสมดุลย์กันโดยอาจใช้คำสั่ง Edit>Freetransform เมื่อคุณได้ตำปหน่งที่ต้องการแล้วกด enter



step 14 จัดตำแหน่งดาวเสาร์กับวงแหวนอีกเพื่อความแน่นอนด้วย Move Tool ก่อนที่จะลบเอาส่วนของวงแหวนที่ควรถูกบังอยู่หลังดาวเสาร์ออก โดยใช้ Eraser Tool ควรเลือกหัวยางลบเป็นแบบฟุ้ง และอาจปรับให้ลดลงเหลือประมาณ 70% เพื่อที่ว่าช่วงรอยต่อระหว่างดวงดาวกับวงแหวนจะไไม่แข็งเกินไป และจะทำให้ดูเหมือนมีเงากระทบตรงบริเวณนั้น




step 15 จากนั้นทำเบลอเล็กน้อยให้กับวงแหวน เพื่อความสมจริงด้วยคำสั่ง Filter>Blur>Grussion Blur ปรับค่า Radius=15

step 16 Filter>Render>Lighting Effects  เพื่อเพิ่มแสงเงาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแสงเงาบนดาวเสาร์ หรืออาจเพิ่มเงาตกกะทบของดาวเสาร์ไปบนวงแหวน ซึ่งทำได้ง่ายๆ ด้วย Eraser Tool โดยต้องปรับ  Opacity  ลงไปประมาณ45% เกลี่ยบนพื้นที่ของวงแหวนอยู่จางๆบนพื้นหลัง

 
29 กุมภาพันธ์ 2008