2 - 3 วันก่อนหยิบ HDD สำรองของเครื่องเจ้าลูกชายมาพ่วงเปิดดูไฟล์ต่างๆที่เคยเก็บไว้ดูครับท่าน ก็เลยไปเจอภาพที่เคยทำให้ Soft ด้วยโปรแกรมพ่วงของ ACDSee ตัวหนึ่ง ท่านที่โหลดตัว Power Pack มา คงจะเห็นว่ามีตัว FotoCanvas พ่วงมาด้วย ตอนนั้นยังใช้ V.4 อยู่ และก็เริ่มกลับมาบ้าถ่ายรูปใหม่เนื่องจากกล้อง Digital เริ่มเข้ามาเป็นที่นิยมขอรับ จุดด้อยจุดหนึ่งในหลายๆจุดของกล้อง Digital จนแม้กระทั่งปัจจุบัน คือเรื่องของ Noise และ Gain ขอรับ โดยเฉพาะภาพที่ถ่าย Under ไว้มากๆ หรือภาพที่ถ่ายตอนกลางคืน ลองไปมองที่ส่วนที่ดำสนิทของภาพ ขยายใหญ่ขึ้นมาก็จะเห็นลักษณะเป็นจุดๆปื้นๆอยู่เสมอ มีโปรแกรมระดับมืออาชีพหลายตัวที่เข้ามาช่วย แต่ค่อนข้างซับซ้อนเกินไปสำหรับมือสมัครเล่นทั่วๆไปในด้านการถ่ายภาพ และจะได้ผลมากที่สุดกับไฟล์ภาพชนิดที่เรียกกันว่า Raw ที่ไม่มีการบีบอัดปรับแต่งหรือประมวลผลใดๆจากตัวกล้องเลย ทุกวันนี้จะใช้ PhotoShop เป็นส่วนใหญ่ในการทำงาน แต่ถ้าไม่ซีเรียสนัก ทำงาน Soft นี่กับ FotoCanvas ก็เหลือจะพอขอรับ
หนึ่งในวิธีการทำให้ภาพน่าดูขึ้นก็คือ ทำให้กลายเป็นภาพที่ Soft ซะ ซึ่งนอกจากจะกลบเกลื่อน Gain ในภาพแล้ว ภาพก็ดูโรแมนติกเหมือนภาพในฝัน ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันกับภาพประเภท Portrait แม้กระทั่งในห้อง Studio
ก่อนที่จะเริ่ม มีเรื่องที่อยากจะทำความเข้าใจกันก่อนขอรับเล็กน้อยขอรับ คือไฟล์ภาพหลักๆที่นิยมใช้กันในเครื่องบน Browser หรือ Website รวมทั้งส่งไปอัดเป็นภาพก็จะเป็น *.bmp และ *.jpg เสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉนั้นก็จะคุยถึงเฉพาะสองชนิดนี้แค่นั้น ส่วนไฟล์ชนิดอื่นๆ เช่น *.tif, *.gif, *.png, *.psd, *.eps หรือไฟล์ภาพเปลือยๆ คือ RAW ฯลฯ นั้น ถ้าจะต้องพูดถึงก็ต้องเปิดโฉนดมาพูดกันสามวันสี่คืนเลยหล่ะท่าน
ความแตกต่างของไฟล์ทั้งสองชนิดนี้ แม้ว่าจะมีความลึกของสีเท่ากัน (Color Depth) คือสูงได้ถึง 24 บิตหรือ 16 ล้านสี มากพอที่จะคลอบคลุมสีทั้งหมดที่สายตาเราจะมองเห็นได้ แต่ *.bmp มีส่วนเสียตรงที่ขนาดที่จะใหญ่กว่ามาก แต่กลับมีส่วนดีตรงที่เมื่อเราทำงานกับมันแล้ว การ Save กลับจะไม่ทำให้คุณภาพลดลงไป มันยังคงรักษาคุณภาพคงที่เสมอ ในขณะที่ไฟล์ *.jpg คุณภาพจะเสียไปประมาณครึ่งหนึ่งทุกครั้งที่เราทำงานกับมันแล้ว Save งาน แต่กลับมีข้อดีตรงที่ว่าขนาดของไฟล์จะเล็ก แทบจะเล็กกว่าไฟล์ภาพทั้งหลาย นี่พูดถึงในกรณีคุณภาพต่างๆเท่ากันนะขอรับ จริงอยู่ที่ *.gif จะเล็กกว่า แต่ *.gif มีค่าความลึกของสีแค่ 256 สีแค่นั้นเอง ดังนั้นที่พอจะแนะนำได้ว่าเก็บภาพต้นฉบับไว้เป็น *.bmp หลังจากตบแต่งจนพอใจ และแน่ใจว่าจะไม่ตบแต่งหรือทำอะไรกับมันอีกแล้ว ถึงค่อยเปลี่ยนเป็น *.jpg
ขอยกเครดิตหลักเกณฑ์การทำ Soft นี้ให้กับท่าน Realwat แห่ง Thaidphoto.com ที่เคยเขียนใว้นานแล้วขอรับ
1. ภาพต้นฉบับที่จะเอามาทำ Soft ควรจะเป็นภาพ Portrait แบบเต็มหน้า จะเห็นผลมากที่สุดขอรับ เลยเอาภาพสาวสวยคนนี้มาเป็นตัวอย่างเริ่มต้นเลย

2. เปิดภาพขึ้นมาด้วย ACDSee แล้วเลือกเมนู Edit (ตรงนี้จะมีเมนูย่อยให้เลือกว่าจะตบแต่งด้วย ACDSee หรือ FotoCanvas นอกจากนี้แล้วยังสามารถกำหนดได้ว่า จะเพิ่มโปรแกรมตบแต่งตัวอื่นที่มีในเครื่องเช่น Photoshop, Paintshop Pro หรืออื่นๆที่มีในเครื่อง ก็เลือก FotoCanvas ขึ้นมาจะตบแต่งได้หลากหลายกว่า)
เมื่อเลือกตัวตบแต่ง FotoCanvas ขึ้นมา ก็จะได้อย่างที่เห็นในภาพ จากเมนู เลือก Copy หรือจะใช้ Ctrl+C ที่คีย์บอร์ดก็ได้ขอรับ

3. แล้วก็เลือก Paste >> As a New Selection ต่อทันที หรือจะใช้ Ctrl+V ที่คีย์บอร์ดก็ได้ขอรับ

4. จะเห็นภาพมีแนวเส้นปะโดยรอบตามในรูป ในขณะนี้ท่านมีภาพเดียวกันสองภาพซ้อนกันอยู่ โดยภาพที่ก็อปมาจะลอยอยู่เหนือภาพจริง และเรากำลังทำงานกับภาพก็อปเท่านั้นครับท่าน

5. คราวนี้ก็มาเลือกที่เมนู Filter >> Blur >> Gaussian Blur เพื่อจะทำให้ภาพอันที่ลอยอยู่ข้างบนเบลอ ภาพต้นฉบับที่อยู่ข้างล่างจะไม่มีผลกระทบใดๆขอรับ
6. เลือกระดับความเบลอประมาณกลางๆครับท่าน ภาพจะ Soft มากน้อยก็อยู่ที่การปรับตรงนี้แหละท่าน ปรับที่ตรง Cursor ชี้อยู่หน่ะท่าน เมื่อเป็นที่พอใจท่านๆแล้ว ก็คลิ๊กที่ Done

7. ทีนี้ท่านก็มาปรับ Opacity หรือความโปร่งใสของตัวภาพที่เราทำงานอยู่ ก็คือตัวก็อปที่ลอยอยู่ข้างบนนั้นแหละท่าน เพื่อให้ท่านทั้งหลายมองเห็นสภาพการทำงานของโปรแกรมก็คือ ในขณะนี้ท่านมีภาพสองภาพซ้อนกันอยู่ - ภาพอันล่างเป็นภาพต้นฉบับที่คมชัดและไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับแต่งใดๆ - ภาพอันที่ลอยอยู่ข้างบนเป็นภาพเหมือนกันกับภาพต้นฉบับทุกประการ อันเนื่องมาจากเรา Copy มาและก็วาง (Paste) มันให้ลอยอยู่ข้างบน แล้วเราก็ทำให้มันเบลอๆไป แต่เนื่องจากความเข้มหรือความหนาแน่นของเนื้อภาพ ทำให้เราไม่สามารถมองทะลุไปเห็นตัวภาพจริงที่อยู่ข้างล่าง (ถึงเห็นก็แยกไม่ออกหรอกท่าน ก็มันภาพเหมือนกันเปะไปจนทุกรูขุมขน ใครมันจะแยกออกได้) ดังนั้นจึงต้องทำการปรับที่ Opacity หรือความโปร่งใสของภาพที่ลอยอยู่ข้างบน เพื่อที่จะมองเห็นภาพต้นฉบับที่ยังคมชัดอยู่ข้างล่าง อันจะช่วยผสมผสานให้ภาพเป็นไปตามที่เราต้องการขอรับท่าน
ลืมแจ้งไปขอรับ ถ้าท่านทำตามที่แนะมาทุกประการ ภาพจะไม่มีรอยปะรอบๆขอรับ เหตุที่ภาพนี้ยังมีรอยปะอยู่มันเนื่องมาจากผมกำลังลองของอยู่ขอรับท่าน ประเภทชอบลองหน่ะขอรับ ลองกันจนจะไม่มีที่ซุกหัวแล้วขอรับ

8. ตอนนี้ท่านก็น่าจะได้ภาพที่พอใจในระดับหนึ่ง ถ้าดีพอแล้วก็ Save เก็บใว้เลย (ประเภทนี้ชอบมีบ้านเดียว ดีขอรับ เหมือนผมเลย) ส่วนประเภทสวยเท่าไรก็ไม่พอ ไปนอกทีไรก็จะให้ซื้อมันมาอยู่นั้นแหละ ทั้งครีมบำรุง ทั้งที่ทาแก้ม ทาปาก ทาตา มันจะทาไปทำ..ไม้ยาวๆที่มีเหล็กแหลมๆอยู่ตรงปลาย..อะไรก็ไม่รู้ ดูท่าคงจะมีแมวมองหาตัวนังร้ายในละครงิ้วกำลังมามองๆแถวบ้านมั่งขอรับ
เข้าเรื่องดีกว่าท่าน ปกติแล้วเมื่อทำภาพเช่นนี้ออกมา ภาพจะจางลงพอควร เราสามารถปรับสภาพมันให้ดีขึ้นก็โดยการไปปรับที่ Level ในเมนู Adjust ตามรูปขอรับ ตรงนี้มันขึ้นอยู่ที่ความถนัดของแต่ละท่าน ผมถนัดกับการปรับที่ Level เพราะมันละเอียดดี เลยเอามาเป็นตัวอย่าง ก็ดูวิธีการทำตามลำดับหมายเลขในภาพเลยขอรับ
** ในภาพจะลืมขั้นตอนสุดท้ายไปอย่างครับท่าน คือหลังจากกด Apply ในตำแหน่ง 6 แล้ว อย่าลืมกดปุ่ม Done ที่อยู่ข้างๆด้วยขอรับ ไม่งั้นตอน Save แล้ว ขั้นตอนการปรับ Level จะไม่บังเกิดผล
9. ทีนี้ถ้าจะทับภาพต้นฉบับไปเลย ก็เลือก Save แต่ถ้าจะเก็บภาพต้นฉบับไว้ ก็เลือก Save As แล้วตั้งชื่อใหม่ก่อนขอรับ

10. เปรียบเทียบภาพต้นฉบับกับภาพปรุงแต่งแล้วขอรับ (กรุณาอย่าหมั่นไส้กับศัพท์แสงที่ใช้เลยนะขอรับ พยายามให้มันฟังดูเป็นทางการหน่อยเท่านั้นครับท่าน บางทียังรู้สึกขยะแขยงตัวเองเลย แฮ่ะ ๆ)
การทำ Soft ก็พอจะเห็นว่า สามารถทำให้หน้าธรรมดาๆของหนุ่มๆสาวๆกลับมาสวยใสได้ แต่ไอ้พวกแก่ๆอย่างผม ยังใงมันก็ลบตีนกาไม่หายหน่ะขอรับ ทำใจแล้วครับท่าน
หวังว่าวิธีการนี้คงจะช่วยหลายท่านสามารถแต่งรูปปลอบใจตัวเองได้นะขอรับ
|