Home Webboard ArticlesKnowledges  
ข่าวประกาศ:

:: กติกา มารยาท ในการใช้งานเว็บบอร์ด ::
กรุณากรอกอีเมล์จริงในการสมัคร และรับอีเมล์ยืนยันเพื่อใช้งานในบอร์ด

ผู้เขียน หัวข้อ: อุทาหรณ์จากการยัดเยียดการเรียนเกินไป ทำให้เด็กสติขาดเรื่องจริงที่ใหญ่ที่สุดในชีว  (อ่าน 2358 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ LittleCat

  • ไม่เต็มบาท
  • Administrator
  • *
  • กระทู้: 1598
  • เห็นด้วย&ขอบคุณ: 420
  • ตามโลกไม่ทัน
    • บอร์ดแมวเมา
โปรดอ่านให้จบ เป็นประโยชน์กับทุกๆ ท่าน อุทาหรณ์จากการยัดเยียดการเรียนเกินไป ทำให้เด็กสติขาดเรื่องจริงที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต


หวัดดีค่ะ... ก่อนอื่นจะเล่าเรื่องให้ฟังค่ะ... เพิ่งได้รับทราบมาเหมือนกันจากปากของเพื่อนทั้งน้ำตา... และคิดว่ามีประโยชน์ไม่มากก็น้อย... เพื่อนคนนี้ไม่ได้ติดต่อมานานประมาณเกือบๆ 4 ปีเห็นจะได้... คือไม่สนิทเท่าไร แต่พูดคุยกันได้ และตอนนี้เพื่อนมีลูกแล้วค่ะ... แต่มีเพื่อนน้อย เพื่อนแต่งงานกับวิศกร(สามี)ที่เก่งมากค่ะ และตัวเพื่อนเองก็จบมหาลัยเอกชน ก็เกียรตินิยมอันดับ 2 ด้านภาษาต่างประเทศค่ะ คือเหมาะสมถึงไม่รวยมาก แต่ก็เกินปานกลางนะคะ พอแต่งงานก็ไม่ได้ติดต่อใคร แต่ทราบว่ามีลูก ณ. ปัจจุบันก็ 5 ขวบกว่าแล้วค่ะ ได้โทรไปหาเพื่อน เพระตอนนี้เรามีลูก 4 ขวบกว่าค่ะ ก็หาข้อมูลเรื่องการเรียนในนี้เป็นหลัก และอาศัยถามคนอื่นด้วย และไม่อายที่จะถามด้วย เพราะคิดว่ายิ่งรู้มาก ก็ยิ่งดี จึงได้โทรไปหาเพื่อนค่ะ และถามเรื่องลูก สิ่งที่ได้รับ คือ การปล่อยโฮอย่างแรง ร้องไห้จะเป็นจะตายเดียวนั้น เราก็ตกใจ เฮ้ย แกเป็นไรว่า เป็นไร....


มันบอกว่ามันอึดอัด มันจะบ้าอยู่แล้ว ปรึกษาใครก็ไม่ได้ ทุกวันนี้มันถูกตราหน้าว่าเป็นคนผิด... “ผิดอย่างร้ายกาจ” จากครอบครัวสามี และ แม่ตัวเอง มันปรึกษาใครก็ไม่ได้ เพราะพื้นฐานคือ... ทั้งสามีและเพื่อน เป็นคนเสียเงินเท่าไรเท่ากัน แต่อายหรือไม่สมบูรณ์ไม่ได้ ดังนั้นมันจึงไม่ปรึกษาใครเลย เพราะมันอายและไม่อยากให้ใครดูถูกมัน เรื่องคือ... ลูกชายเข้าเรียนตอน 3 ขวบกว่านิดๆ ได้เข้าเรียนในระดับโรงเรียนดังเลย ค่าเทอมเป็นแสน คอมพร้อม เพื่อนดี สังคมดูดี เพอร์เฟ็กและโรงเรียนเป็นที่หมายตามักมาก ... ให้ข้อมูลผิดนิดค่ะ คือลูกชายเพื่อน อายุจะ 7 ขวบแล้วค่ะ ที่นี้โรงเรียนดัง ก็พ่อแม่ต่างก็ผลักและดันกันสุดฤทธิ์(มันบอกอย่างนี้ค่ะ) เงินพร้อมซะอย่าง ก็คุยกันต้องติวอย่างนั้น ต้องครูคนนี้ ฝรั่งคนนี้ ต้องเรียนนี้เสริม เจ๋งค่ะ เพื่อนก็เป็นเช่นนั้น และมันบอกว่าก็มีการเม้มที่เด็ดๆ ไว้ไม่บอกใครก็มี........ฮื่อ....


ที่นี้... ลูกเรียนวันจันทร์ – ศุกร์ ยัน 6 โมงเย็น และเป็นอย่างงี้ มาตั้งแต่ อนุบาล 1 ถึง 3... เข้านอน ไม่เกิน 3 ทุ่ม เพราะต้องตื่นเช้าไปส่ง ตื่นตอน... ตี 5 ครึ่ง เพราะเพื่อนมีบ้านในหมู่บ้านใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่นอกเขตและห่างจากโรงเรียนค่อนข้างมาก ออกจากบ้านไม่เกิน 6 โมงเช้าเท่านั้น และไปถึงโรงเรียน ประมาณเกือบ 7 โมง วันเสาร์... เรียนพิเศษเสริม เริ่ม 8 โมงเช้าถึง บ่ายโมง และ ตอนบ่าย 3 เรียนว่ายน้ำ จึงได้กลับบ้าน ส่วนวันอาทิตย์... ครึ่งวันเช้าเรียนที่สถาบันคุมองต์ เสริม ครึ่งวันหลังผักผ่อน... ตอน 1 ทุ่มวันอาทิตย์ ต้องทบทวนงานและเตรียมความพร้อมเพื่อไปเรียนวันจันทร์ และแนะนำจากพ่อและแม่ ไม่เกิน 3 ทุ่มเข้านอน


และเหตุการณ์ที่มันเล่าแบบสะเทือนใจตอนหลังคือ ....ลูกไม่มีเพื่อนในหมูบ้านเลยสักคนเดียว...เพราะไม่ได้คุยกับ ใครอยู่แล้ว สังคมเมืองของแท้ ปั่นแต่จักรยานของเค้าเท่านั้น วันนั้น... วันอาทิตย์ ลูกก็ปั่นจักยานไม่ยอมเข้าบ้าน แม่ก็เรียกให้มาอาบน้ำได้แล้ว 6 โมงเย็นแล้ว เตรียมกินข้าว และทบทวนการบ้าน... ลูกก็ไม่ฟัง จนเพื่อนและสามีโมโห บอกว่า เสียงดังนะคะ ....เข้าบ้านเดียวนี้ เข้าบ้านเลย ทำไมดื้ออย่างนี้ ยิ่งโตยิ่งดื้อ (เพื่อนว่าลูก) จะไม่ให้ขี่จักรยานอีกต่อไป ตัวสามีก็ไปดึงจักรยานออกจากลูก และแม่มาจับลูกเข้าบ้าน สามีบอกว่า... ป๋าจะโยนจักรยานทิ้งซะ ถ้าทำอย่างนี้อีก ลูกชายเข้าไปกอดขาพ่อ... และยกมือไหว้ ป๋าอย่าทำ หนูไม่มีเพื่อนที่ไหน จักรยานคือ เพื่อนของหนู หนูมีจักรยานเป็นเพื่อนเท่านั้น... ป๋าอย่าทำนะ ทั้งเพื่อนและสามีก็ไม่ใส่ใจอะไร เพียงต้องการให้เข้าไปอ่านหนังสือเท่านั้น


และ... อีกเหตุการณ์หนึ่ง กว่าจะจับใจความได้มันร้องไห้ไม่หยุดเพื่อนร้องไห้เหมือนจุดพลุ เลย... ลูกกลับจากบ้าน คุยกับพ่อและแม่ อยากดู อุลตร้าแมน มดเอ๊กช์ บ้าง เพื่อนๆ คุยกันที่โรงเรียน... เค้าไม่รู้เรื่องเลย เพื่อนยังบอกว่าที่บ้านไม่มีทีวีหรือไง (เด็กอนุบาลนะค่ะ) ทำให้เค้าไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ... เค้าได้ดูแต่การ์ตูนเสริมความรู้ เช่น ถ้าดู UBC ก็ประมาณ ดอร่า หมาบลู ประมาณนี้... สามีและเพื่อนบอกว่า ลูกอย่าทำตัวไร้สาระได้หรือเปล่า ตอนนี้เพื่อนๆ ลูกอยากทำอะไรก็ปล่อยเค้าไป การ์ตูนมีแต่ความรุนแรงไม่เสริมความรู้อะไรเลย เราได้เปรียบ... เราใช้เวลาทบทวนและเรียน... ในขณะที่คนอื่นเค้าไร้สาระ... ลูกลองคิดดู... โตขึ้นลูกก็จะเป็นนายของคนพวกนี้ และคนพวกนี้จะไม่เหนือลูกเด็ดขาด การสอนจะประมาณนี้ตลอด... แต่เพื่อนบอกว่า เค้าและสามีทำดีที่สุดและ ให้ในสิ่งที่ดีที่สุด ที่คนทั่วไปบางทีก็ให้ไม่ได้ด้วยซ้ำไป...


ที่นี้หนักสุด... ต้องติว เข้า ป. 1 ที่นี้เวลาเล่นแทบน้อยมาก... แต่ก็ได้ติดที่ ป. 1 ตามที่หวังไว้ แต่ก็ต้องเรียนเสริมเหมือนเดิม... ฯลฯ จนถึงวันที่ลูกทนไม่ได้... จนลูกโกรธจนตัวสั่น... และพูดว่า เค้าจะไม่เป็นคนดี... เค้าเบื่อที่สุดแล้ว... เค้าอยากเล่นฟุตบอล... เค้าอยากวิ่งเล่น... อยากดูการ์ตูน... อยากอ่านขายหัวเราะให้พ่อแม่อนุญาตอ่านให้ฟัง... เค้าเกลียดพ่อและแม่... ทำไมต้องบังคับ... ทำไมต้องอาย... ทำไม เค้าจะเป็นคนชั่ว... (เพื่อนมันบอกว่า ลูกพูดจนลิ้นพันกัน ตัวสั่นไปหมด จับลำดับคำพูดยาก (ป 1) อะไรก็พูดๆๆๆๆ ออกมา ร้องไห้ หน้าแดง กำหมัด ขว้างข้าวของ เสียงดัง ในระหว่างนั้น สามีและเพื่อนก็ใช้เสียงดังเพื่อหยุดพฤติกรรม แต่ไม่เป็นผล ยิ่งดัง ก็ยิ่งดังใส่ จนเด็กเป็นลม คงสะสมมานาน


พอผ่านไปสักระยะ... จนทางโรงเรียนมีจดหมายมาถึงเพื่อเชิญผู้ปกครองไปพบ พอไปถึงโรงเรียน ทางครูบอกว่า... ตอนนี้น้องมีอาการเหม่อลอย... ไม่มองกระดาน... และไม่มีปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว... ให้ทำอะไรทำได้หมด แต่ทำไปอย่างให้จบไป ไม่มีอารมณ์ร่วมแม้แต่น้อย บางครั้งก็มีน้ำตาเอ่อ... แต่ไม่ไหลออกมาเป็นระยะ และพูดน้อยลง ใช้สายตาและท่าทางคิดมากขึ้น....ฯลฯ เพื่อนและสามีไม่ยอมรับและไม่เชื่อ ก็สักพักใหญ่ๆ จึงไปพบหมอที่สมิติเวช หมอแจ้งว่า... น้องกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างแรง บวกกับเก็บกดภายในสิ่งที่ฝืนความรู้สึกมานาน... จนระเบิดออกมาเหมือนคนเสียสติ เค้าไม่ได้บ้า... หรือพิการทางสมอง... แต่เค้าปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่างเอง... ไม่รับเอง... ไม่เอาเอง... ซึ่งตรงนี้น่าวิตกคือ แล้วเมื่อไรเค้าจะรับ และเปิดใจกลับมาเหมือนเดิม สมาธิและจิตใจได้ถูกตัดด้วยตัวเค้าเอง... เค้าอยากอยู่แต่ในโลกจินตนาการที่เค้าคิดว่านั้นคือความสุขของเ ค้า... ไม่อยากออกมาเลยด้วยซ้ำ... คงต้องใช้เวลามาก เพราะถ้าเรารู้ว่าเค้าสมาธิสั้น... เรามีทางแก้ ถ้าเค้าเป็นดาวน์... เรารู้วิธี แต่เค้าเลือกเองที่จะปิดตัวเองอย่างเด็ดขาด... ถ้าปล่อยไว้จะกลายเป็นคนวิกลจริตทางความคิดในอนาคต ทุกวันนี้ผลคือ... สามีก็ยอมรับในระดับหนึ่ง แต่ก็เริ่มโทษภรรยา มากกว่าโทษตัวเอง ตอนนี้มันรับกรรมเต็มๆ ลูกไม่สามารถเรียนได้แล้วคะ ... ต้องพบจิตแพทย์เด็กโดยตรง ถึงตรงนี้ มันบอกว่ามันเรียกลูกกลับมาไม่ได้แล้วจริงๆ มันเศร้ามากค่ะ มันก็กำชับไม่ให้ดิฉันบอกใครเพระมันอาย...


แต่เรื่องนี้มีความรู้มาก ไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าอาย ... เมื่อทุกท่านได้อ่านเรื่องนี้จบแล้ว อย่าเก็บเรื่องนี้เอาไว้คนเดียว... กรุณาส่งเมลล์ ไปบอกกับใครก็ได้ หรือญาติพี่น้องของเราก็ได้เผื่อว่าเหตุการณ์ที่เล่ามานี้ จะได้ไม่เกิดกับบุคคลที่ท่านรัก... เป็นรายต่อไป ..........


ขอบคุณที่มา:Fw mail จากเพื่อนที่น่ารักท่านหนึ่งค่ะ 


อย่าคิดว่าตนเองเก่ง อย่าคิดว่าคนอื่นขาดตนเองไม่ได้ -- หลักการในการทำงานของแมวขี้เมา

Single

  • บุคคลทั่วไป
ดีมาก ๆ เลยค่ะ..

ขอก๊อปไปไว้ที่บอร์ด..นะค่ะ..

ออฟไลน์ ~SiTh•L๐Rd~

  • Ju
  • *
  • กระทู้: 67
  • เห็นด้วย&ขอบคุณ: 2
  • ~•Parasail•~Special 2007!!!
Re: อุทาหรณ์จากการยัดเยียดการเรียนเกินไป
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 19, เมษายน 2008, 01:08:56 AM »
ไม่น่าจะบังคับเด็กในวัยสดใส และขี้เล่นขนาดนี้เลย เด็กอยากซน อยากสนุกบ้าง ผมได้สอนดนตรีเด็กประถมบางคนที่พ่อแม่บังคับให้มากอยากให้ลูกเป็นดนตรีไว้อวดชาวบ้าน กับเด็กที่ขอพ่อแม่มาเรียนเพราะอยากนี่มันต่างกันเลยนะ รู้สึกได้เลยล่ะ ถ้าในโรงเรียนพิเศษนั้นๆเจอครูดีที่สนใจในพฤติกรรมเด็กก็ดีไป แต่ถ้าเกิดว่าเจอครูแบบที่ว่าฉันจะสอนตามหลักสูตรของฉันไปเรื่อยเนี่ยล่ะ แย่แน่ เพราะเด็กจะไม่รู้สึกสนุกและเก็บกดจนส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน(ทำได้แต่ไม่ทำ) เพราะงั้นต้องสังเกตกันหน่อยนะจ๊ะ ใครที่มีลูกแล้ว หรือมีน้องที่ต้องเรียนเป็นบ้าเป็นหลังเนี่ย หันหน้าคุยกะเขาซักหน่อยว่าเป็นยังไงให้เขาได้ระบายออกมาบ้าง หรือสอบถามจากครูโรงเรียนพิเศษของเด็กก็ได้(แต่ดูหน่อยนะ เลือกครูคนที่ไม่ประจบเพื่อหวังตังค์ แบบว่าเด็กดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้) ถามไปเลยครับถ้าเริ่มเห็นอาการซึมๆเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลย ไม่จำกัดเฉพาะเด็กเล็กๆนะ เด็กโต ม.ต้น-ม.ปลายด้วย พวกเด็กโตเนี่ยต้องระวังเพราะพฤติกรรมต่อต้านของเขาจะรุนแรงกว่า เด็กเล็กเยอะมากๆนะจ๊ะ ด้วยความปราถนาดี


ปล.เนื้อหาดี เดี๋ยวขอยืมไปลงบอร์ดข้างๆหน่อยนะครับ คุณเหมียว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19, เมษายน 2008, 01:20:37 AM โดย ~SiTh•L๐Rd~ »
<<<<<...เราจะยอมรับในสิ่งที่ทำไป~•และ•~เราไม่มีวันเสียใจในสิ่งที่เลือก...>>>>>

ออฟไลน์ tuk_tuk_ja

  • Global Moderator
  • *
  • กระทู้: 307
  • เห็นด้วย&ขอบคุณ: 20
  • ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง
กรรม!!! มีลูก แต่รักตัวเองมากกว่าลูก

สร้างกรรมให้เด็กแท้ๆเลย :angry:

ออฟไลน์ ProGameR™

  • game@game-mun.com
  • Ju
  • *
  • กระทู้: 66
  • เห็นด้วย&ขอบคุณ: 3
  • เพศ: ชาย
    • www.game-mun.com
ไม่ดีมากๆเลยครับ ทำแบบนี้ :undecided: เรียนอย่างเดียวไม่ได้ ความรู้จาก รร ก็มาจากหนังสือซะส่วนใหญ่ พ่อแม่นั่นแหละครับ ความรู้ที่แท้จริง


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 
Back to top