Home Webboard ArticlesKnowledges  
ข่าวประกาศ:

:: กติกา มารยาท ในการใช้งานเว็บบอร์ด ::
กรุณากรอกอีเมล์จริงในการสมัคร และรับอีเมล์ยืนยันเพื่อใช้งานในบอร์ด

ผู้เขียน หัวข้อ: กว่าจะมาเป็นช้างเร่ร่อน  (อ่าน 4950 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ LittleCat

  • ไม่เต็มบาท
  • Administrator
  • *
  • กระทู้: 1608
  • เห็นด้วย&ขอบคุณ: 434
  • ตามโลกไม่ทัน
    • บอร์ดแมวเมา
กว่าจะมาเป็นช้างเร่ร่อน
« เมื่อ: 29, กันยายน 2010, 09:45:24 AM »
กว่าจะมาเป็นช้างเร่ร่อน

ลูกช้างไทยถูกทารุณกรรม เพื่อธุรกิจการท่องเที่ยว


เหตุใดลูกช้างเชือกนี้ ส่งเสียงกรีดร้อง  ?.......


ช้างพังเชือกนี้ชื่อ พังเหมี่ยว มีอายุเพียง  3  ปีเท่านั้น   
แต่ถูกพรากมาจากแม่ของเธอ


ชาวบ้านดึงลูกช้างที่กำลังดิ้นรนให้เข้าไปในลังไม้เล็ก ๆ   
ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวลูกช้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


ขาหน้าและขาหลังของเธอถูกมัดด้วยเชือกเพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนไหว


ลังไม้มีขนาดเล็กมากเธอจ ึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ 
และเธอจะถูกขังอยู่ในลังไม้นี้เป็นเวลานานอีกหลายวัน 
โดยไม่ได้กินอาหาร ดื่มน้ำ หรือแม้แต่นอนหลับ


ชาวบ้านผลัดเปลี่ยนกันเฆี่ยนตีเธอบนขาทั้งสองข้าง   
บนเนื้ออ่อนระหว่างเล็บเท้า และทั่วร่างกายอย่างไม่ปราณี 


ภาพนี้จะเห็นชายคนหนึ่งฟันคมตะขอจมลึกลงในศรีษะลูกช้างพัง   
ก่อนแทงไม้แหลมลงในบาดแผลนั้น


ความเจ็บปวดสุดที่เธอจะทนทานได้ เธอรู้สึกอ่อนเพลียอย่างที่สุด   
เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดและรู้สึกสับสน


คุณเพิ่งได้เห็นพิธีกรรม "ผ่าจ้าน"
ซึ่งเป็นพิธีกรรมฝึกหัดช้างในประเทศไทย   
เพื่อที่จะนำช้างมาใช้ในธุรกิจการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


โดยปกติแล้ว พรานที่ล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมายจะฆ่าแม่ช้างเพื่อขโมยและนำลูกช้างมาฝึกให้เชื่อง ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยว่า  “พรานล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมาย จำเป็นต้องฆ่าแม่ช้าง เพราะช้างมีความผูกพันทางจิตใจที่แน่นแฟ้น และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ลูกของตน  …  ลูกช้างจะไม่ตามช้างอื่นๆ ไปกับฝูงแต่ยังคงดูดนมแม่ของตนที่ตายไปแล้ว  ” 

ทารุณกรรมที่น่าสะพรึงกลัวที่กระทำกันอยู่เป็นประจำและแพร่หลายในค่าย  “ฝึกหัด” ลับต่างๆ ในประเทศไทย ลูกช้างที่ยังไม่อดนมแม่เหล่านี้  ได้ถูกลากไปจากแม่ของตน ซึ่งทำให้ต้องดิ้นรนและกรีดร้อง ลูกช้างได้ถูกนำมากักขังไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว ถูกเฆี่ยนตีอย่างเมามัน และถูกตอกด้วยตะปูเป็นเวลารั้งละหลายๆ วัน พิธีการ  “ฝึกหัด” เหล่านี้ทำให้ลูกช้างได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส รวมทั้งความชอกช้ำทางจิตใจ  หรือบางครั้งทำให้ถึงแก่ความตาย   
   
คำกล่าวของนักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่เพิ่งไปประเทศไทยมารายงานว่า:   

สิ่งที่เราได้เห็นมาจากบางท้องที่เป็นภาพที่สะเทือนใจ และการทารุณต่อช้างสามารถเห็นได้ชัด ช้างที่  "ไม่ได้ใช้งาน" จะถูกล่ามโซ่ไว้กลางแสงแดดที่ร้อนจัด ซึ่งไม่มีร่มเงาให้ใช้กำบังแต่อย่างใด ช้างพังที่กำลังตั้งท้องเชือกหนึ่งถูกล่ามด้วยโซ่สั้นๆ ในกลางแจ้งที่ไม่มีร่มเงา เพื่อช้างเชือกนั้นจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ในค่ายช้างแห่งหนึ่งเราสามารถเห็นประจักษ์แก่ตา ที่ผู้ฝึกช้างได้เฆี่ยนตีช้างของเขาอย่างเหี้ยมโหด ผลก็คือ ช้างเชือกนั้นมีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลบนศีรษะ แห่ง อีกแห่งหนึ่งที่บริเวณหู ที่ค่ายช้างอีกแห่งหนึ่ง มีช้างหลายเชือกที่มีบาดแผลสดๆ บนศีรษะ และ/หรือ ที่หู เรารู้สึกเศร้าสลดใจเมื่อเห็นวิธีการที่ผู้ฝึกช้างปฏิบัติต่อช้างของตน   

ทำไมต้องล่าลูกช้างป่า  ? 
ขบวนการล่าช้างป่าเริ่มต้นจากนายทุนมีใบสั่งซื้อไปยังพรานล่าช้าง ข้อมูลจากกองทุนสัตว์ป่าโลก รายได้จากการล่าลูกช้างป่าอยู่ที่  20,000  บาทต่อตัว เพื่อนำมาขายในราคาตัวละ  100,000 - 150,000 บาท แล้วแต่ความสดของลูกช้างป่าตัวนั้นๆ กรณีที่ช้างบาดเจ็บจะได้ราคาน้อยลงไปอีก เมื่อล่าได้แล้วก็นำมาขายต่อยังตลาดหลายๆ กลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนเจ้าของปางช้าง โรงแรม หรือรีสอร์ท ซึ่งให้ราคาสูง และสั่งเป็นจำนวนมากกว่าตลาดกลุ่มอื่น กฤษฎาให้ข้อมูลว่า บริเวณที่มีการนำลูกช้างป่ามาขายอยู่แถบตะวันตก เริ่มแต่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ลงไป อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี  ,  อ.เมือง ประจวบคีรีขันธ์  ,  อ.เมือง ระนอง และแถบชาย แดนไทย-มาเลเซีย อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส แต่แหล่งใหญ่ที่สุดอยู่ที่ด่านสิงขร อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้รับซื้อช้างนอกเหนือจากโรงแรม ปางช้างเอกชนชื่อดังซึ่งเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ยังมีกลุ่มฝึกช้าง จ.ชัยภูมิ เพื่อนำไปฝึกแสดงละครช้างเร่ หรือกลุ่มช้าง จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์ นำไปเดินเร่ร่อน โดยนายทุนส่วนมากเป็นนักการเมือง  ,  นักการเมืองท้องถิ่น  ,  หัวคะแนนนักการเมือง เป็นผู้ปล่อยเงินกู้โดยใช้บ้าน และที่ดินเป็นประกัน   ช้างเร่ร่อน  90%  เป็นของนายทุน แล้วนำมาปล่อยให้ควาญเช่าตัวละ  4 - 5  หมื่นบาท   การให้อาหารช้างเร่ร่อนไม่ได้ช่วยให้ช้างอยู่รอด แต่เป็นการช่วยให้นายทุนอยู่ดีกินดี และควาญช ้างก็ไม่ต้องทำงานหนักเพื่อปากท้อง แล้วท้ายที่สุดมันยังเป็นการช่วยกันทรมานช้างอย่างไม่รู้สึกตัว



อย่าคิดว่าตนเองเก่ง อย่าคิดว่าคนอื่นขาดตนเองไม่ได้ -- หลักการในการทำงานของแมวขี้เมา

ออฟไลน์ smon19

  • Just M
  • ***
  • กระทู้: 47
  • เห็นด้วย&ขอบคุณ: 5
Re: กว่าจะมาเป็นช้างเร่ร่อน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 17, มกราคม 2011, 08:00:45 AM »
น่าสงสารนะครับ

ออฟไลน์ joonho

  • Ju
  • *
  • กระทู้: 5
  • เห็นด้วย&ขอบคุณ: 2
    • เว็บคลิก
Re: กว่าจะมาเป็นช้างเร่ร่อน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 19, มกราคม 2011, 12:13:22 AM »
อ่านแล้วสะเทือนใจครับ น่าสงสารมากเลย อยากช่วยแต่ไม่รู้จะทำไง เวลาไปกินเนื้อย่างทีไร ต้องมีคนเดินมาขายกล้วยให้ทุกที สงสารมากเลย

ออฟไลน์ zekan

  • รักสงบ ชอบคบมิตรสหาย
  • Just M
  • ***
  • กระทู้: 47
  • เห็นด้วย&ขอบคุณ: 13
    • แบบบ้าน
Re: กว่าจะมาเป็นช้างเร่ร่อน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 22, กุมภาพันธ์ 2011, 10:04:52 PM »
น่าสงสารจังครับ ไม่รู้จะมีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือรึป่าว
แจกแบบบ้านฟรีพร้อมให้ดาวน์โหลดครบชุด

ออฟไลน์ touch456

  • Just
  • **
  • กระทู้: 43
  • เห็นด้วย&ขอบคุณ: 18
    • คริสเตียนบล็อก
Re: กว่าจะมาเป็นช้างเร่ร่อน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 23, กุมภาพันธ์ 2011, 09:43:41 AM »
นี่แหละ ช้าง ... เฮ้อ ไม่รู้จะแก้ไขยังไงครับ เพราะถ้าประเทศเรายังจนอยู่ สัตว์ในประเทศก็แบบนี้แหละ ต้องหากินเอง   :cry: :cry:
http://dooneesi.com คริสเตียน บล็อก

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 
Back to top