<< วิธีป้องกันและแก้ปัญหายอดฮิตให้กับ PC ของคุณ >>
เขียนโดย คุณ tin
 
ที่มา http://it.lemononline.com/home/index.asp

หากจะถามคุณว่า ครั้งสุดท้ายที่คุณทำความเสียหาย ให้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเกิดขึ้นเมื่อไหร่? คุณอาจจะส่ายหน้าและบอกว่า "ผมไม่เคย" แต่ในสภาพความเป็นจริงนั้น ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ประจำวันของคุณ ก็มักจะมีการเผลอสร้างความเสียหายเกิดขึ้น แก่คอมพิวเตอร์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะโดยการติดตั้งโปรแกรมโดยไม่เหมาะสม หรือ การรมควันบุหรี่ใส่คอมพิวเตอร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่สามารถ สร้างปัญหาแก่ระบบของคุณได้ทั้งนั้น ที่เลวร้ายก็คือ คุณอาจจะกำลังทำอะไรบางอย่าง ที่เป็นการสร้างความเสียหาย แก่คอมพิวเตอร์ของคุณ และไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า กำลังทำอะไรผิดพลาดอยู่ เราจึงได้รวบรวม สาเหตุ ร่วม 20 อย่าง ที่อาจจะส่งผลเสีย ต่อคอมพิวเตอร์ของคุณ รวมทั้งวิธีการหลีกเลี่ยง และแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ไม่ให้สร้างความเสียหาย แก่คอมพิวเตอร์ของคุณได้

ปัญหาเกี่ยวกับโปรแกรม
แม้แต่ การใช้งานโปรแกรมที่เรียบง่าย อย่างเช่นการติดตั้ง หรือยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม ก็สามารถทำให้ PC ของคุณทำงานติดขัดได้

ปัญหาเกี่ยวกับระบบ
หากคุณกำลังคิดจะลบ DLL แก้ไขรายละเอียดในการจดทะเบียนโปรแกรม หรืออัพเกรด โปรแกรมระบบปฏิบัติการของคุณ

ปัญหาเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์
คอมพิวเตอร์ไม่ใช่เครื่องใช้ธรรมดา คุณจึงควรจะต้องเรียนรู้วิธีการดูแลรักษาให้ดีที่สุด



**ปัญหาเกี่ยวกับโปรแกรม**

โปรแกรมนับเป็นอุปกรณ์สำคัญ ในการทำงาน ของเครื่องคอมพิวเตอร์ หากปราศจากโปรแกรม เครื่องคอมพิวเตอร์ ย่อมไร้ประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลายอย่าง ก็อาจจะเกิดขึ้นกับโปรแกรม จนทำให้ เครื่องคอมพิวเตอร์หยุดชะงัก ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งเราก็ได้รวบรวมปัญหา ที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ มาไว้ที่นี่ พร้อมทั้งวิธีการป้องกันด้วย
 

1. สาเหตุ ปัญหา ข้อมูลสูญหาย

วิธีป้องกัน "ก็อปปีไฟล์ที่สำคัญสำรองไว้เสมอ"

คุณมีการ ทำการสำรองไฟล์ที่สำคัญ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ของคุณหรือไม่ หากไม่ได้ทำ เราก็ขอแนะนำ ให้คุณทำเป็นประจำ เพราะ มันไม่ได้เสียเวลามากมาย ในการทำไฟล์สำรอง สำหรับโปรแกรม หรือเอกสารที่สำคัญ ของคุณไว้ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารธุรกิจ การเงิน ฯลฯ ซึ่งไฟล์สำรองเหล่านี้ จะ ช่วยคุณประหยัดเวลาได้มาก หากเกิดปัญหาขัดข้องขึ้น กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยคุณจะสามารถ สำรอง ไฟล์โปรแกรม การเงิน เช่น Microsoft Money ลงบนแผ่นฟล็อปปี้ดิสก์ แค่แผ่นเดียว และสามารถ จัดเก็บเอกสาร, ภาพ, ตารางรายงาน, ภาพวิดีโอ, และไฟล์อื่น ๆ เข้าไปเก็บไว้ใน Zip, Jaz, CD-R หรือ CD-RW ก็ได้ หากคุณคิดว่า การทำไฟล์สำรองข้อมูล เป็นเรื่องยุ่งยาก ก็ขอให้คุณ ลองนึกเปรียบเทียบ สถานการณ์ ที่เกิดปัญหา กับไฟล์เหล่านั้น ของคุณ เช่นไฟล์หาย หรือถูกลบทิ้งโดยไม่ตั้งใจ ฯลฯ ซึ่งคุณจะต้อง เสียเวลานาน หลายชั่วโมงกว่า ที่จะทำไฟล์เหล่านั้นขึ้นมาใหม่ ซึ่งไม่คุ้มค่ากันเลย กับการที่จะละเลย การทำสำรองข้อมูล ซึ่งง่ายแค่กระดิกนิ้ว คลิกเมาส์เท่านั้น

ศึกษาเพิ่มเติม เกี่ยวกับการ Back up ได้จาก Back up Your System
http://it.lemononline.com/scoops/sc15/Backup-Your-system.asp


2. สาเหตุ โดนไวรัสถล่ม

วิธีป้องกัน สแกนไวรัสทุกไฟล์ก่อนเปิด

ทุกครั้งที่คุณเจอไฟล์เด็ด ในอินเตอร์เนต คุณมักจะเผลออดใจไม่ได้ ที่จะดาวน์โหลด ไฟล์เหล่านั้นมาเก็บ ไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ แต่การทำอย่างนั้น เพราะอาจจะเป็น ภัยมหันต์ ต่อคอมพิวเตอร์ ของคุณได้ หากในไฟล์เหล่านั้น มีเชื้อไวรัสติดมาด้วย เพราะมันจะไม่เพียงแต่ ทำลาย โปรแกรมต่าง ๆ เท่านั้น แต่อาจจะ ทำลายคอมพิวเตอร์ ของคุณ ได้ทั้งระบบเลยทีเดียว ดังนั้น ทุกครั้ง ที่คุณจะดาวน์โหลดไฟล์ จากอินเตอร์เนต จงอย่าลืมที่จะใช้ โปรแกรมสแกนไวรัส ป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์ ของคุณด้วย นอกจากนั้น แม้แต่การยืมแผ่นดิสก์ ของเพื่อน มาใช้ หรือการเปิดอีเมล์ และการถ่ายโอนข้อมูล จากคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ตาม คุณจะต้องใช้โปรแกรม ป้องกันไวรัสป้องกันไว้เสมอ


3. สาเหตุ โปรแกรม ( หนู ) ทดลอง

วิธีป้องกัน อย่าใช้โปรแกรมที่มี bug

โปรแกรม Beta หรือโปรแกรมที่แจกฟรี ให้คุณทดลองใช้ ก่อนที่จะมี การวางตลาดนั้น แม้ว่าอาจจะน่าสนใจ แต่มันก็มีข้อเสียเกี่ยวกับ bug รวมทั้งข้อบกพร่องอื่น ๆ ของโปรแกรม ที่อาจทำให้ ระบบของคุณหยุดชะงัก ไม่อาจทำงานต่อไปได้ ดังนั้น จงพยายามหลีกเลี่ยง โปรแกรมแบบนี้ ดีกว่าที่จะปล่อยให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ กลายเป็นหนูทดลอง จำเอาไว้ว่า หากคุณ ยังเป็นแค่มือใหม่ และยังไม่รู้เรื่อง เกี่ยวกับ โปรแกรมต่างๆ ดีนัก การใช้งาน โปรแกรม Beta ทั้งหลาย ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะ โปรแกรมประเภทนี้ จะออกแบบมา ให้กับนักทดสอบ เพื่อใช้งาน และรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา


4. สาเหตุ การยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม ( uninstall ) แบบผิดขั้นตอน

วิธีป้องกัน ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

โดยทั่วไป ทุกโปรแกรมใน Windows จะมีการเปลี่ยนแปลง ค่า registry ต่างๆ เพื่อให้เหมาะสม สำหรับการใช้งานโปรแกรม และพร้อมกันนั้น โปรแกรมเหล่านั้น ก็ยังจะมี อุปกรณ์ที่เรียกว่า Windows Uninstaller ซึ่งทำการบันทึก รายละเอียดทุกอย่าง เกี่ยวกับโปรแกรมเหล่านั้นไว้ และในยามที่คุณ ต้องการยกเลิก การติดตั้งโปรแกรม คุณเพียงแค่ ใช้ปุ่ม Add/Remove Programs ในหน้าต่าง Control Panel (หรือจะคลิกที่ตัว uninstaller ในโปรแกรมนั้น ก็ได้ หากมี) โปรแกรมนั้น ก็จะถูกกำจัดออกไป จากคอมพิวเตอร์ ของคุณอย่างหมดจด โดยไม่เหลือเศษโปรแกรมที่ สร้างปัญหาจุกจิกให้คุณเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้น หากคุณคิด ที่จะกำจัดโปรแกรมใด ออกไปจากเครื่องของคุณ จงอย่าใช้วิธีลากมันไปทิ้งลงที่ Recycle Bin เฉย ๆ เพราะจะมีเศษทรากของโปรแกรมนั้น ตกค้างอยู่อีก ในคอมพิวเตอร์ อาทิ ปุ่มไอคอน ไดรเวอร์ หรือ แม้แต่ข้อมูลบางอย่าง เกี่ยวกับค่า registry ของโปรแกรมเหล่านั้น

สำหรับวิธียกเลิกการติดตั้งโปรแกรมอย่างถูกต้องนั้น ให้คุณคลิกที่ปุ่ม Start และเลือก Settings / Control Panel ต่อจากนั้น ให้คลิกสองครั้งที่ ปุ่ม Add/Remove Programs icon ต่อจากนั้นให้คลิกที่แถบ Install/Uninstall ต่อจากนั้นก็ลากเมาส์เน้นแถบสี หรือ highlight ชื่อโปรแกรมที่คุณต้องการลบออก และคลิกที่ปุ่ม Add/Remove เท่านั้นก็เรียบร้อย


5. สาเหตุ การอัพเกรดโปรแกรมโดยไม่ระวัง

วิธีป้องกัน เพิ่มความระวังในการอัพเกรดโปรแกรม

โดยหลักการแล้ว การอัพเกรดโปรแกรมใหม่ๆ อาจจะไม่สร้างปัญหาใด ๆ แก่คอมพิวเตอร์ของคุณ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในขณะที่มี การติดตั้งโปรแกรมใหม่นั้น อาจจะไม่มี การตรวจเช็คว่า ไฟล์ต่าง ๆ ที่เป็นส่วนประกอบ ของโปรแกรมนั้น เป็นเวอร์ชั่นใด นั่นทำให้มี ไฟล์โปรแกรมเก่าเช่น ไดรเวอร์ หรือ DLLs หลงเหลืออยู่ เมื่อโปรแกรมใหม่ ที่อัพเดทเข้าไป มีการดึงเอาไฟล์เก่า เหล่านั้นไปใช้ จึงมักจะมีปัญหา ในการทำงาน เพราะเป็นคนละรุ่นกัน ซึ่งอาจทำให้เครื่องหยุดชะงักได้

นอกจากนั้น ในบางกรณี การติดตั้ง หรืออัพเกรดโปรแกรมใหม่ อาจมีการ เขียนข้อมูลทับโปรแกรมเดิม ที่โปรแกรมอื่นใช้ร่วมกัน ตัวอย่างเช่น หากโปรแกรม winsock.dll ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สำคัญ ในการต่อเชื่อมอินเตอร์เนต ถูกเขียนทับ โปรแกรมอื่น ก็จะไม่สามารถ เข้าสู่อินเตอร์เนตได้

ดังนั้น หากคุณต้องการ ที่จะอัพเกรดโปรแกรมใด ให้คุณก็อปปี้ไฟล์นั้นไว้ก่อน จากนั้น ก็ยกเลิกการติดตั้งไฟล์ ( uninstall) เดิมให้เรียบร้อยเสียก่อน จากนั้น จึงติดตั้งโปรแกรมใหม่ เข้าไป เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว


6. สาเหตุ การแย่งหน่วยความจำกัน

วิธีป้องกัน อย่าเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน

แน่นอนที่ว่า Windows อาจจะสามารถ เปิดโปรแกรมขึ้นมา ใช้งานได้หลายโปรแกรม พร้อมกัน แต่ในบางครั้ง มันก็อาจจะ เกิดการสะดุดขึ้นมาได้ หากจำนวน หน่วยความจำ หรือ RAM ไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม คุณก็สามารถ ตรวจสอบได้ว่า หน่วยความจำเหลืออยู่เท่าไหร่ โดยการคลิกที่ปุ่ม Start เลือก Settings / Control Panel ต่อจากนั้น ให้ Double Click ที่ ปุ่ม System ต่อจากนั้น ให้เลือกแถบ Performance ซึ่งตรงสองบรรทัดแรก จะแสดงค่าหน่วยความจำ และทรัพยากรอย่างอื่น ของระบบที่ยังเหลืออยู่ หากปรากฏว่า ทรัพยากรของระบบเหลืออยู่น้อยเกินไป หรือต่ำกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ คุณก็ควรจะปิดบางโปรแกรมลงไปเสีย เพื่อป้องกันปัญหา หน่วยความจำไม่พอ

นอกจากนั้น ปัญหาการรั่วไหล ของหน่วยความจำหรือ ที่เรียกในภาษาเทคนิคว่า memory leaks ก็อาจจะทำให้ เกิดปัญหา หน่วยความจำไม่พอได้ แม้ว่าคุณอาจจะ ปิดโปรแกรมแล้วก็ตาม ดังนั้น หากคุณรู้สึกว่า โปรแกรมยังคง หยุดชะงัก หรือล่าช้า คุณก็ควรจะต้อง บูทเครื่องใหม่ เพื่อว่าหน่วยความจำ ที่รั่วไหลออกไปนั้น จะได้กลับเข้าสู่ระบบ ตามปกติ

คุณยังมี ทางเลือกอื่น สำหรับ การเรียกคืน หน่วยความจำขึ้นมาได้ โดยการใช้ Program Utility อย่าง Mem Turbo โดยให้ดาวน์โหลด มาติดตั้ง ที่เครื่องของคุณ ซึ่งตัวโปรแกรม จะฝังตัว ทำงานอยู่เบื้องหลัง และจะเรียกคืน หน่วยความจำ ให้คุณอัตโนมัติ เมื่อหน่วยความจำของคุณ ถูกใช้ไป ในระดับที่กำหนดไว้ ซึ่งด้วย โปรแกรมนี้ ทำให้ปัญหา memory leaks น้อยลง และคุณไม่ต้อง มาเสียเวลา บูทเครื่องทุกครั้ง ที่เกิดปัญหาขึ้น ( เราประทับใจอย่างมาก กับประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมนี้ เพราะแม้ว่า เครื่องจะอืดลงในบางครั้ง ช่วงที่โปรแกรม ทำงาน แต่เมื่อแลกกับ เสถียรภาพของระบบโดยรวมแล้ว นับว่าคุ้มค่า ) และอีกหนทางหนึ่ง ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มี RAM ไม่มากนัก สัก 32 หรือ 64 MB ก็คือ การ Upgrade RAM เพิ่มเข้าไปเป็นอย่างน้อย 128 MB


**ปัญหาจากระบบคอมพิวเตอร์**

แม้แต่การใช้งาน ระบบง่าย ๆ อย่างเช่นการ ปิดเครื่อง หรือ อัพเดท BIOS ก็สามารถส่งผลเสียต่อ PC และโปรแกรมระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ได้ การปิดเครื่องแบบผิดขั้นตอน อาจทำให้มีปัญห เเวลาเปิดเครื่องใหม่ เพราะคุณจะต้องเสียเวลา ให้เครื่องเซ็ทตัวเองก่อน หรือไม่ เครื่องของคุณก็อาจจะไม่ทำงานเอาเสียเลยก็ได้
ข้อมูลต่อไปนี้ จะชี้ถึงปัญหา ที่มักจะเกิดขึ้นกับ ระบบของคุณโดยที่ คุณอาจจะนึกไม่ถึงว่า มันจะเป็นปัญหาได้ด้วยซ้ำ


7. สาเหตุ อัพเกรด BIOS ผิดรุ่น

วิธีป้องกัน วางแผนให้ดีก่อนอัพเกรด

หากคุณต้องการเพิ่มความเร็ว ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยการอัพเกรด BIOS ใหม่ คุณจะต้องตรวจสอบ ให้ดีก่อนว่า BIOS ใหม่นั้น สามารถใช้งานร่วมกับ เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ เพราะหากมันไม่ใช่รุ่นที่ คอมพิวเตอร์ของคุณยอมรับ หรือเกิดเหตุขัดข้องขึ้น ในการอัพเกรด เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ อาจจะไม่ทำงาน อีกเลยก็ได้ ดังนั้น การตรวจสอบ ระบบต่าง ๆ ให้ดีก่อนทำการอัพเกรด จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก

หากอุปกรณ์อัพเกรด BIOS ของคุณ ยอมให้คุณสามารถ ก็อปปี้ BIOS ตัวเดิมไว้ได้ ให้คุณจัดเก็บไฟล์ BIOS เดิมนั้นใส่แผ่นดิสก์ ซึ่งก็อปปี้นี้จะเป็นประโยชน์ สำหรับคุณ หากเกิดการผิดพลาด ในการอัพเกรด เพราะคุณยังมีไฟล์เดิม ที่ยังสามารถใช้งานได้อยู่ (โปรแกรม บางอย่าง อาทิ Norton Utilities Rescue Disk ก็สามารถก็อปปี BIOS และช่วยให้คุณสามารถ ติดตั้งมันใหม่ได้อีกครั้ง หากเกิดปัญหาขึ้นมา)

แล้วคุณจะทำได้อย่างไร ง่ายๆ นั่นคือ ให้คุณ ตรวจสอบ Mainboard ของคุณเสียก่อนว่า รุ่น และผลิตโดยใคร จากนั้น ให้เข้าไปยังเว็บไซต์ ของผู้ผลิต จากนั้นก็ เลือกเข้าไปดาวน์โหลด BIOS ล่าสุด มาใช้งาน ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้ผลิตเมนบอร์ด จะทำการ Update BIOS มาให้ผู้ใช้ ได้ดาวน์โหลด กันอยู่แล้ว


8. สาเหตุ การจัดระบบไฟล์ผิดพลาด

วิธีป้องกัน ให้ Windows แก้ไขปัญหาเอง

แม้ว่า ฮาร์ดดิสก์ สมัยใหม่ อาจจะมีความทนทาน และมีอายุการใช้งาน ค่อนข้างนาน แต่ไฟล์ หรือโปรแกรมต่าง ๆ ที่เก็บไว้บนฮาร์ดไดรฟ์นั้น อาจจะไม่ทนทานขนาดนั้น ทำให้เกิดปัญหา ที่จุกจิกบางอย่าง ตามได้ เช่น การที่ไฟล์ สูญสียพื้นที่ บนฮาร์ดดิสก์ สำหรับเก็บเนื้อที่ ( lost cluster ) บางส่วนของไฟล์นั้นไว้ นอกจากนั้น ยังอาจจะมีปัญหา ที่แย่กว่านั้น ก็คือ การที่ไฟล์ หรือโปรแกรมสองโปรแกรม เกิดมีพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ ที่ทับซ้อนกัน ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดปัญหา การแย่งพื้นที่ บนฮาร์ดดิสก์ขึ้นมา และอาจทำให้ เครื่องเกิดแฮงค์หรือหยุดชะงักได้

อย่างไรก็ตาม คุณก็สามารถ ป้องกันปัญหานี้ได้ ด้วยการใช้โปรแกรม ScanDisk ซึ่งอยู่ใน Windows ทำการจัดระเบียบ พื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ เป็นประจำ สำหรับการใช้ โปรแกรม ScanDisk นั้น คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ ได้ด้วยการคลิกที่ปุ่ม Start ต่อจากนั้นให้เลือก Programs / Accessories / System Tools / ScanDisk ต่อจากนั้นก็ให้ คุณคลิกเลือกไดรฟ์ ที่คุณต้องการ ตรวจสอบความผิดปกติ (ในกรณีนี้คือฮาร์ดดิสก์ หรือ ไดรฟ์ C: โดยทั่วไป) ต่อจากนั้น โปรแกรม ScanDisk จะถามคุณว่าต้องการ แก้ไขข้อบกพร่องบนไดรฟ์ที่คุณเลือกไว้หรือไม่ ต่อจากนั้นมันก็จะช่วยคุณ แก้ปัญหาเองโดยอัตโนมัติ โดยคุณไม่ต้องยุ่งยากเลย เพียงแต่ต้องเสียเวลาคอยสักหน่อย

นอกจากนั้น ปัญหายังอาจจะเกิดขึ้น ในขณะที่คุณมีการแก้ไข ลบ หรือ สร้างข้อมูลใหม่ขึ้นมา เพราะนั่นจะทำให้ พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดการวุ่นวาย ไม่เป็นระเบียบขึ้นมา บนฮาร์ดดิสก์ได้ อย่างไรก็ตาม คุณก็สามารถ ทำการจัดระเบียบ ฮาร์ดดิสก์เสียใหม่ ได้ด้วยการใช้โปรแกรม Disk Defragmenter ของ Windows ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ คุณอาจจะใช้โปรแกรมดังกล่าวได้ง่าย ๆ ด้วยการคลิกที่ ปุ่ม Start ต่อจากนั้นให้เลือก Programs / Accessories / System Tools / Disk Defragmenter ต่อจากนั้นให้คลิกเลือกไดรฟ์ ที่ต้องการจะแก้ปัญหา โปรแกรมก็จะจัดการให้คุณ ได้เองโดยอัตโนมัติ เพียงแต่คุณอาจจะต้องเสียเวลารอนานสักหน่อยเท่านั้น

คุณสามารถ ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก 5 วิธีเพื่อคงประสิทธิภาพ ฮาร์ดดิสก์
http://it.lemononline.com/scoops/sc4/Harddisk-Keep-Healthy.asp


9. สาเหตุ การปิดเครื่องผิดขั้นตอน

วิธีป้องกัน อย่ามักง่าย หากไม่จำเป็นจริง ๆ

จงอย่าปิด เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยที่ไม่ได้ Shut Down Windows เสียก่อน ทั้งนี้ เพราะ Windows มีการเปิดโปรแกรม ไว้หลายโปรแกรมค้างไว้ หากคุณไม่ได้ ปิดโปรแกรม ตามลำดับขั้น ไม่เพียงแต่อาจส่งผลเสีย ต่อระบบของคุณเท่านั้น แต่คุณอาจจะต้อง สูญเสียข้อมูล ในไฟล์นั้นไปด้วย เพราะมันอาจจะ ยังไม่มีการจัดเก็บไฟล์นั้น เข้าฮาร์ดดิสก์ ก่อนที่ะเครื่องจะถูกปิดลง อย่างไรก็ตาม หากเครื่องคอมพิวเตอร์ ของคุณเกิดแฮงค์ หรือหยุดชะงักโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้คุณกดปุ่มบนคีย์บอร์ด สามปุ่มคือ Ctrl+Alt+Delete สองครั้ง เครื่องของคุณ ก็จะ Restart และบูทเครื่อง ขึ้นมาใหม่ โดยวิธีนี้ Windows จะทำการ ตรวจสอบ ระบบให้เรียบร้อย ก่อนปิด และ Restart เครื่องใหม่ และหากไม่จำเป็น หรือไม่ถึงที่สุดจริงๆ ก็อย่ากดปุ่ม Reset

ในกรณี ที่โปรแกรม ที่คุณทำงานอยู่ เกิดหยุดนิ่ง หรือล่มลงไปเฉยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ก็ให้คุณ ใช้วิธี กดปุ่ม 3 ปุ่ม ระหว่าง Ctrl+Alt+Delete พร้อมกัน แต่ให้กด เพียงครั้งเดียว ซึ่งจะปรากฎหน้าต่าง close program เกิดขึ้น แล้วให้คุณ ไล่ตรวจโปรแกรม ต่างๆ ที่อยู่ในหน้าต่างนั้น และตรวจดูว่า โปรแกรมใด ที่มีวงเล็ก ( not responding ) ต่อท้าย ก็ให้คลิกเลือกที่โปรแกรมนั้น แล้ว close มันเสีย


10. สาเหตุ ปัญหาจากข้อบกพร่องของ Windows

วิธีป้องกัน อัพเเกรดโปรแกรมที่มีการแก้ไข bug

แม้ว่า Windows จะสามารถทำงานร่วมกับ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ ได้หลายอย่าง แต่ปัญหาเกี่ยวกับ bugs ( ความบกพร่อง ของโปรแกรม ) และปัญหาอื่นที่อยู่ นอกเหนือการคาดคิด ก็มักจะปรากฏ ขึ้นมาอยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็ทำให้ บริษัท Microsoft ต้องรีบแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ bug ด้วยการออกเวอร์ชั่น Windows ใหม่

หากคุณต้องการ แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ให้คุณเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Windows เพื่อทำการ update โปรแกรมใหม่เสีย (คุณอาจจะได้เห็น เวอร์ชั่นใหม่ของโปรแกรม Media Player หรือ Internet Explorer ซึ่งคุณก็น่าจะดาวน์โหลด มาใช้กับเครื่องของคุณด้วย) โดยคุณอาจจะเข้าไป ตรวจสอบดูเป็นระยะ ๆ เพื่อดูว่ามีโปรแกรมอัพเดท ออกมาบ้างหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ให้คุณจำไว้ว่า ในช่วงแรกของการใช้งาน คุณอาจจะยังไม่เห็นความแตกต่าง ไฟล์ update ที่ดาวน์โหลดมา แต่เมื่อคุณใช้ไปเรื่อย ๆ แล้ว คุณจะรู้ว่า มันดีขึ้นกว่าเดิมตรงไหน ที่สำคัญก็คือ คุณควรจะทำ สำรองไฟล์ โปรแกรมเดิมของคุณไว้ด้วย เพื่อกันผิดพลาด หากไฟล์ใหม่นี้ใช้งานไม่ได้ดี หรือไม่ถูกใจคุณ คุณก็ยังสามารถ ที่จะย้อนกลับไปใช้งาน โปรแกรมเก่าได้


11. สาเหตุ ไฟล์ Registry เป็นเหตุ

วิธีป้องกัน อย่าไปแตะต้องไฟล์ Registry โดยไม่จำเป็น

ตอนที่คุณติดตั้งโปรแกรม Windows มันจะ ทำการสร้างไฟล์ ขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อทำการบันทึก รายละเอียด ของส่วนประกอบทุกอย่าง ในระบบของคุณ ทั้งที่เป็นฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ ซึ่งไฟล์ดังกล่าวนี้มีชื่อเรียกว่า ไฟล์ Registry ซึ่งเป็นไฟล์ที่นับได้ว่า สำคัญที่สุดไฟล์หนึ่งในเครื่องคอมพิวเตอร์ วิธีสังเกต ไฟล์เหล่านี้ นั่นคือ มันจะเป็นไฟล์ ที่มีนามสกุล .dll และหากว่า เครื่องหรือระบบของคุณ ฟ้องว่า dll error ก็มั่นใจได้เลยว่า ไฟล์ Registry มีปัญหาเข้าเสียแล้ว

ดังนั้น คุณจึงควรจะพยายามอย่างยิ่ง ที่จะหลีกเลี่ยง การแตะต้องไฟล์นี้ มิฉะนั้น หากเกิดข้อบกพร่องขึ้น คุณก็อาจจะไม่สามารถ เปิดเครื่องขึ้นมาใช้ได้อีกเลย และต้องเสียทั้งเวลา และสตางค์ ในการซ่อมแซมครั้งใหญ่ และเพื่อ เป็นการป้องกัน ปัญหาเกี่ยวกับไฟล์นี้ ก็ให้คุณ ทำการ back up ไฟล์ Registry เก็บไว้ โดยใช้วิธีง่ายๆ นั่นคือ ใช้เครื่องมือ find ทำการค้นหา ไฟล์ที่มีนามสกุล .dll ทั้งหมด จากนั้นก็ back up เก็บไว้ และเมื่อใดก็ตาม ที่เกิดปัญหา dll error ขึ้น ก็ให้คุณ ดูว่า ไฟล์ dll ที่ error นั้น เป็นไฟล์ชื่ออะไร ก็ให้คุณ copy ไฟล์ ที่สำรองเอาไว้ ลงใน windows ของคุณ


12. สาเหตุ ลบโปรแกรมทิ้งโดยไม่เจตนา

วิธีป้องกัน เวลาที่คุณต้องการลบข้อมูล ควรดูให้ดีก่อนคลิกเมาส์

ระบบปฏิบัติการ Windows อาจช่วยให้ง่ายขึ้นในการลบไฟล์ ที่ไม่ต้องการทิ้งไป แต่มันก็อาจจะทำให้คุณเผลอลบไฟล์ ที่สำคัญทิ้งไปได้ง่าย ๆ เหมือนกัน และหลังจากที่คุณดันเผลอ ไปคลิกคำสั่ง delete ตามกฎของคอมพิวเตอร์นั้น จะมีหน้าจอตั้งคำถามกับคุณว่า "Are you sure? (คุณแน่ใจหรือ)" ให้คุณคลิกตอบที่ no (ไม่) เมื่อคุณแน่ใจแล้วว่า ยังต้องการไฟล์นั้นอยู่

แต่หากว่า ไฟล์นั้น เผลอลบ ไปเรียบร้อยแล้ว Windows ก็ยังรอบคอบพอ ที่จะมีถังขยะ ( Recycle Bin ) เอาไว้สำหรับ เก็บไฟล์ ที่ Delete อยู่ ก่อนที่มัน จะถูกลบทิ้ง ไปอย่างถาวร ดังนั้น คุณจึงสามารถ เข้าไปกู้คืน ไฟล์หล่านั้นได้ โดยให้เข้าไปที่ Recycle Bin แล้วเลือกหาไฟล์ ที่เผลอลบไป จากนั้นก็คลิกขวา ที่ไฟล์นั้น แล้วเลือก Restore ซึ่งมันจะทำการ คืนค่าไฟล์นั้น ให้ไปอยู่ ณ ที่เดิม ก่อนที่มันจะถูกลบ


**ปัญหาที่เกิดขึ้นกับฮาร์ดแวร์**

ในส่วนของ อุปกรณ์และชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่เรียกว่าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ในคอมพิวเตอร์นั้น โดยทั่วไป เราจะไม่ค่อยไปแตะต้อง ยกเว้นแต่มัน จะเกิดปัญหาขึ้น อาทิ การ์ดต่อเชื่อมบางตัว ที่อาจหลุดเลื่อน หรือ สายเคเบิ้ลที่ไม่แน่นหรือเก่าชำรุด ซึ่งเราจำเป็นจะต้องแก้ไขไปแต่ละจุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายบานปลายออกไป


13. สาเหตุ น้ำทำเหตุ

วิธีป้องกัน อย่ากินน้ำ หรือ เครื่องดื่มใกล้คอมพิวเตอร์

การทำน้ำหกเลอะเทอะ นับเป็นอันตรายอย่างมาก ต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งโดยมากส่วนที่มักจะถูกน้ำกระเด็นใส่ มักจะเป็น คีย์บอร์ด เพราะน้ำที่เปียกชุ่ม จะทำให้เกิดการลัดวงจร และทำให้การทำงานต่าง ๆ ผิดปกติไปจากเดิม

ด้วยเหตุนั้น คุณจึงควรพยายามหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ เหล้า น้ำหวาน ฯลฯ ในขณะที่นั่งอยู่ใกล้คอมพิวเตอร์ เพราะหากคุณไม่ทำอย่างนั้น ปัญหาในข้อนี้ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน


14. สาเหตุ ความร้อนและอับชื้น

วิธีป้องกัน ตั้งคอมพิวเตอร์ไว้ในที่ระบายอากาศดี

หากคุณใช้คอมพิวเตอร์นานเกินไป หรือ ตั้งไว้ในที่อับลม หรือ ชอบเอาหนังสือ หรือสิ่งของบางอย่าง ไปวางไว้บนจอมอนิเตอร์ นั่นมักจะทำให้ จอเกิดความร้อนเกินไป คุณจึงควรจะต้อง หลีกเลี่ยงพฤติการณ์ดังกล่าว หากมิฉะนั้น อาจจะมีผลเสีย ตามมาหลายอย่าง อาทิ การผิดเพี้ยนของสี , ภาพ บิดเบี้ยว หรือ หากร้ายแรงมาก อาจทำให้หน้าจอเสียเลยก็ได้ และหากจะให้ดีกว่านั้น คุณควรจะต้องปิดหน้าจอ เป็นระยะหากใช้งานไปได้ราว 4-5 ชั่วโมง จะช่วยถนอมอายุ จอมอนิเตอร์ของคุณ ให้ยาวนานมากขึ้น แล้วก็อย่าลืม หา Screen Saver สวย ๆ มาใส่เอาไว้ด้วย เพราะนอกจาก มันจะทำให้หน้าจอ ดูมีชีวิตชีวา ในช่วง ที่คุณ พักการใช้งานแล้ว ยังช่วยให้ หน้าจอของคุณ มีอายุการทำงาน ที่ยาวนานขึ้นด้วย

นอกจากนั้น ปัญหาอย่างหนึ่ง จากการตั้งคอมพิวเตอร์ ในที่อับลมก็คือความชื้น ซึ่งอาจจะทำความเสียหาย แก่คอมพิวเตอร์ได้มากพอ ๆ กับความร้อน โดยเฉพาะในบริเวณที่มีความชื้นสูงมาก ๆ อย่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั้น ปัญหาความอับชื้น มักจะเป็นอันตรายใกล้ตัว สำหรับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องก็ว่าได้ เพราะความชื้นจะแทรกซึมเข้าไปในคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย หากห้องที่ตั้งคอมพิวเตอร์ไม่มีระบบการระบายอากาศที่ดีพอ


15. สาเหตุ การกระเทือน

วิธีป้องกัน ระวังในการเคลื่อนย้ายคอมพิวเตอร์

แรงกระเทือนนับเป็น ผลเสียอย่างมาก ต่อคอมพิวเตอร์ คุณจึงไม่ควร จะเอาคอมพิวเตอร์รุ่นตั้งโต๊ะ ไปไว้บนรถยนต์ เพราะแรงกระเทือน ในระหว่างการเดินทาง อาจทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในคอมพิวเตอร์ หลุดเลื่อนไปได้อย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ตาม หากคุณจำเป็น ที่จะต้องเคลื่อนย้าย คอมพิวเตอร์จริง ๆ ก็ควรจะต้องหาโฟม หรือ อุปกรณ์ กันกระเทือนห่อหุ้มไปด้วย และควรตั้งบนตำแหน่ง ที่ไม่กระเทือนมาก (หากจะให้ดี ควรให้มีคนนั่งอุ้มไว้) สำหรับจอมอนิเตอร์นั้น ให้คุณวางคว่ำลง จะช่วยให้เกิด ความสมดุล และมีแรงกระเทือนน้อยที่สุด


16. สาเหตุ ปัญหาจากการใช้ปลั๊กไฟ

วิธีป้องกัน ใช้เครื่องสำรองไฟ และหลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กตามข้อนี้

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไม เราจึงไม่ควร ที่จะเสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์ กับอุปกรณ์บางอย่าง เช่นเครื่องปรับอากาศ, เตารีด , กาต้มน้ำ คำตอบก็เพราะเครื่องใช้ เหล่านั้นกินไฟมาก และอาจทำให้เกิด การแย่งกระแสไฟ, ทำให้คอมพิวเตอร์ มีปัญหาติดขัด ในการทำงาน โดยหากไฟตกมาก เครื่องอาจดับได้ ทำให้คุณต้องเสียเวลาบูทเครื่องใหม่

นอกจากนั้น การที่มีสายอุปกรณ์ หลายอย่างเกินไป เสียบในปลั๊กใกล้กัน ทำให้สายต่าง ๆ พันกันมั่ว และคุณอาจจะเผลอไปสะดุด หรือเกี่ยวสายคอมพิวเตอร์หลุดได้ง่าย ๆ ดังนั้น หากสามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงควรจะหลีกเลี่ยง การเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ในปลั๊กเดียวกับคอมพิวเตอร์จะดีที่สุด

นอกจากนั้น คุณควรจะติดตั้งเครื่องสำรองไฟ กับคอมพิวเตอร์ด้วยจะเป็นการป้องกัน ปัญหาความผิดปกติของเครื่องสำรองไฟได้ดีที่สุด เพราะปัญหา จากไฟกระชาก ไฟกระตุก ก็อาจทำให้ ฮาร์ดดิสก์ของคุณพัง และเสียหาย ชนิดไม่อาจ กู้คืนได้เลย

ศึกษา รายละเอียดเพิ่มเติม ได้จาก ปกป้อง PC จากปัญหาไฟฟ้า
http://it.lemononline.com/scoops/sc80/Protect%20Your%20PC.asp


17. สาเหตุ ควันทำพิษ

วิธีป้องกัน อย่าสูบบุหรี่ใกล้คอมพิวเตอร์

นอกจากควันบุหรี่ หรือควันไฟ อาจจะเป็นผลเสีย ต่อปอดของคุณแล้ว มันยังอาจส่งผลเสีย ต่อชิ้นส่วนสำคัญ ๆ ของคอมพิวเตอร์ได้ด้วย เพราะควันเหล่านั้น อาจจะซึมเข้าไป ในคอมพิวเตอร์ และเกาะที่ชิ้นส่วนที่สำคัญ ซึ่งอาจทำให้คุณต้องเสียสตางค์ซื้อ ชิ้นส่วนอื่นมาใส่แทนโดยไม่จำเป็น

นอกจากนั้น ควันยังอาจ ทำความเสียหาย แก่หัวอ่าน CD, DVD ได้ด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้การอ่านข้อมูล ทั้งภาพและเสียงไม่ดีเท่าที่ควร ทางแก้ที่ดีที่สุด ก็คือ การหลีกเลี่ยง การสูบบุหรี่ ใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์ แต่หากเลิกไม่ได้ ก็ควรจะหา พัดลมระบายอากาศมาใช้ ในตอนสูบด้วย ลองดู เพิ่มเติมใน แก้ปัญหาเบื้องต้น เกี่ยวกับ CD-ROM ด้วยตนเอง http://it.lemononline.com/scoops/sc32/Cd-TroubleShooting.asp หากพบว่า CD-ROM ของคุณมีปัญหา


18. สาเหตุ แผ่นดิสก์ทำเหตุ

วิธีป้องกัน อย่าติดลาเบลหรือป้ายใส่แผ่น CD

แม้ว่าแผ่น CD นั้น อาจจะมีความทนทานค่อนข้างสูง แต่มันก็อาจจะเสียหายได้โดยง่าย เพราะเหงื่อจากฝ่ามือของคุณ, ฝุ่นผง หรือรอยขีดข่วนต่าง ๆ ดังนั้นเวลาถือ คุณจึงควรจะถืออย่างระมัดระวัง (ควรใช้มือแตะที่ขอบแผ่น) และควรเก็บไว้ในกล่องเก็บ CD ให้เรียบร้อย

นอกจากนั้น ควรจะระวังการติดป้ายที่แผ่น CD หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรจะทำ เพราะไดรฟ์ CD เดี๋ยวนี้หมุนเร็วมาก และอาจทำให้เศษกระดาษ หลุดออกจากแผ่นได้ง่าย และอาจไปอุดรูไดรฟ์ หรือ ทำความเสียหายทำให้ไดรฟ์พัง หรืออ่านข้อมูลไม่ชัดเจนได้ (ควรใช้วิธีใช้สีเคมีเขียนบนแผ่น ด้านที่ไม่ใช่ด้านอ่านข้อมูลจะดีกว่า)

 
05 เมษายน 2549