Virus
=
แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆในคอมพิวเตอร์โดยการแนบตัวมันเองเข้าไป
มันไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆได้ต้องอาศัยไฟล์พาหะ
สิ่งที่มันทำคือสร้างความเสียหายให้กับไฟล์
Worm =
คัดลอกตัวเองและสามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆได้อย่างอิสระ
โดยอาศัยอีเมลล์หรือช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ
มักจะไม่แพร่เชื่อไปติดไฟล์อื่น
สิ่งที่มันทำคือมักจะสร้างความเสียหายให้กับระบบเครือข่าย
Trojan = ไม่แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆ
ไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆได้
ต้องอาศัยการหลอกคนใช้ให้ดาวโหลดเอาไปใส่เครื่องเองหรือด้วยวิธีอื่นๆ
สิ่งที่มันทำคือเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาควบคุมเครื่องที่ติดเชื้อจากระยะไกล
ซึ่งจะทำอะไรก็ได้ และโทรจันยังมีอีกหลายชนิด
Spyware = ไม่แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆ
ไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆได้
ต้องอาศัยการหลอกคนใช้ให้ดาวโหลดเอาไปใส่เครื่องเองหรืออาศัยช่องโหว่ของ
web browser ในการติดตั้งตัวเองลงในเครื่องเหยื่อ
สิ่งที่มันทำคือรบกวนและละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
Hybrid malware/Blended Threats = คือ
malware
ที่รวมความสามารถของ virus, worm, trojan, spyware
เข้าไว้ด้วยกัน
Phishing = เป็นเทคนิคการทำ social engineer
โดยใช้อีเมลล์เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินบนอินเตอร์เน็ตเช่น
บัตรเครดิตหรือพวก online bank account
Zombie Network
= เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ
จากทั่วโลกที่ตกเป็นเหยื่อของ worm, trojan และ
malware อย่างอื่น (compromised machine)
ซึ่งจะถูก attacker/hacker
ใช้เป็นฐานปฏิบัติการในการส่ง spam mail, phishing,
DoS หรือเอาไว้เก็บไฟล์หรือซอฟแวร์ที่ผิดกฎหมาย
Malware ย่อมาจาก Malicious Software
หมายถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกชนิดที่มีจุดประสงค์ร้ายต่อคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
หรือเป็นคำที่ใช้เรียกโปรแกรมที่มีจุดประสงค์ร้ายต่อระบบคอมพิวเตอร์ทุกชนิดแบบรวมๆ
โปรแกรมพวกนี้ก็เช่น virus, worm, trojan,
spyware, keylogger, hack tool, dialer, phishing,
toolbar, BHO, etc
แต่เนื่องจาก virus
คือ malware
ชนิดแรกที่เกิดขึ้นบนโลกนี้และอยู่มานาน
ดังนั้นโดยทั่วไปตามข่าวหรือบทความต่างๆที่ไม่เน้นไปในทางวิชาการมากเกินไป
หรือเพื่อความง่าย ก็จะใช้คำว่า virus แทนคำว่า
malware แต่ถ้าจะคิดถึงความจริงแล้วมันไม่ถูกต้อง
malware แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน
จากคุณ : Xoop - [ 17 ต.ค. 47 14:00:19 ]
คำว่าไวรัส (virus)
ในปัจจุบันนี้ถูกใช้แบบไม่ค่อยจะถูกต้องตรงกับความเป็นจริงเท่าไหร่
อาจจะเป็นเพราะความเคยชินหรืออะไรก็ตามแต่
(ผมเองก็เป็น) มันกลายเป็นว่าคนส่วนใหญ่ใช้คำว่า
virus แทน worm, trojan, adware, spyware,
malicious code, etc. ใช้เรียกแทนยังไม่เท่าไหร่
แต่ถ้าเข้าใจว่า virus คือ malicious software
ทั้งหมดที่บอกไปนั่น อันนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด
แม้กระทั่งในร่างกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ก็ยังมีการเสนอขอให้แก้ไขคำว่า
virus โดยเปลี่ยนไปใช้คำว่า malware แทน
เพราะถ้าไม่งั้นแล้วคนที่ใช้ worm, trojan
โจมตีคนอื่นอาจจะไม่มีความผิด เพราะ worm, trojan
ไม่ใช่ virus
ที่ถูกต้องใช้คำว่ามาลแวร์
ซึ่งมาจากคำในภาษาอังกฤษว่า malware (malicious
software) อันหมายถึง
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั้งหมดที่ถูกออกแบบมาให้มีจุดประสงค์ร้ายต่อระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
โปรแกรมเหล่านี้ก็เช่น classic virus, worm,
trojan, adware, spyware, toolbar, BHO, hijacker,
downloader, phishing, exploit malware รวมไปถึง
zero-day attack, zombie network และอื่นๆ
ความแตกต่างระหว่าง ไวรัส worm spywere trojan
malwere :
ITW malware ใน the wildlist (แม้กระทั่งใน
supplemental list) มากกว่า 90% เป็น worm (hybrid
worm) ครับ ไม่ใช่ virus (classic virus)
ก็ตามที่ความคิดเห็นที่ 2 บอกนั่นล่ะครับ classic
virus โดยเฉพาะแบบ file infector
ที่แนบตัวมันเองเข้าไปยังส่วนต่างๆของไฟล์อื่น (host
file) และ boot sector virus มันแทบจะหมดยุคไปแล้ว
(อาจจะมีพวก proof-of-concept virus บ้าง)
ที่ยังพบเห็นอยู่ใน the wildlist ส่วนใหญ่จะเป็น
macro virus (ซึ่งเป็น virus บน PC ในยุคท้ายๆ)
ซึ่งยังพบเห็นการแพร่ระบาดอยู่บ้าง และ virus
ที่ชื่อ VBS/Redlof คือตัวอย่างของ classic virus
ที่ยังพอพบเห็นได้ทั่วไป
Malware
ที่พบเห็นการแพร่ระบาดทั่วไปและเหมือนจะสร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจมากที่สุดก็คือ
worm และ worm
ก็ยังแบ่งออกเป็นชนิดแยกย่อยได้ดังต่อไปนี้
- Email Worm
เช่น mass-mailing worm ที่ค้นหารายชื่ออีเมลล์ในเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อแล้วก็ส่งตัวเองไปหาอีเมลล์เหล่านั้น
- File-sharing Networks
Worm
คัดลอกตัวเองไปไว้ในโฟลเดอร์ที่ขึ้นค้นหรือประกอบด้วยคำว่าด้วย
sha และแชร์โฟลเดอร์ของโปรแกรม P2P เช่น KaZaa
- Internet Worm,
Network Worm
โจมตีช่องโหว่ของโปรแกรมและระบบปฎิบัติการเช่นเวิร์ม
Blaster, Sasser ที่เรารู้จักกันดี
- IRC Worm
ส่งตัวเองจากเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อไปหาคนที่อยู่ในห้องสนทนาเดียวกัน
- Instant Messaging
Worm
ส่งตัวเองจากเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อไปหาคนที่อยู่ใน
contact list ผ่านทางโปรแกรม IM เช่น MSN, ICQ
Trojan เป็น
malware อีกชนิดที่พบเห็นการแพร่ระบาดได้ทั่วไป
trojan ยังแบ่งออกได้เป็นหลายชนิดดังนี้
- Remote Access Trojan (RAT)
หรือ Backdoor
ที่เปิดช่องทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้ามาควบคุมหรือทำอะไรก็ได้บนเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อในแบบระยะไกล
- Data Sending/Password
Sending Trojan โขมยรหัสผ่านแล้วส่งไปให้ผู้ไม่ประสงค์ดี
- Keylogger Trojan
ดักจับทุกข้อความที่พิมพ์ผ่านแป้นพิมพ์
- Destructive Trojan
ลบไฟล์บนเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อ
- Denial of Service (DoS)
Attack Trojan ใช้ทำ DDoS
เพื่อโจมตีระบบอื่น
- Proxy Trojan
เปลี่ยนเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อให้กลายเป็น proxy
server หรือ web server, mail server เพื่อสร้าง
zombie network
- FTP Trojan
เปลี่ยนเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อให้กลายเป็น FTP
server
- Security software Killer
Trojan ฆ่า process หรือลบโปรแกรมป้องกันไวรัส/โทรจัน/ไฟล์วอลบนเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อ
- Trojan Downloader
ดาวน์โหลด adware, spyware, worm
เอามาติดตั้งบนเครื่องเหยื่อ
และ malware
ที่พบเห็นได้ง่ายทั่วไปในปัจจุบันและสร้างความรำคาญให้มากที่สุดก็คือ
spyware (บางตำราอาจใช้คำว่า grayware)
ซึ่งแบ่งออกได้เป็นหลายชนิด
(ซึ่งบางส่วนก็มีพฤติกรรมคล้ายๆ trojan ด้วย) เช่น
- Adware
ดาวน์โหลดและแสดงแบนเนอร์โฆษณา
- Dialer
อยู่ตามเว็บโป๊เพื่อใช้ต่อโทรศัพท์ทางไกลไปต่างประเทศ
- Spyware
เก็บรวมรวมพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตบนเครื่องเหยื่อ
- Hijacker
เปลี่ยนแปลง start page, bookmark
บนบราวเซอร์เช่นใน IE
- Trojan like เช่น
trojan downlaoder ดาวน์โหลด spyware หรือแบนเนอร์โฆษณา
- BHO (Browser Helper
Objects) ยัดเยียดฟังก์ชั่นที่ไม่พึงประสงค์บนบราวเซอร์เช่นใน
IE
- Toolbar ยัดเยียด
toolbar ที่ไม่พึงประสงค์บนบราวเซอร์เช่นใน IE
และต่อไปนี้คือ trend ใหม่ของ malware บน PC
ที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันและกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
ซึ่งแต่เดิมนักเขียนไวรัสยุคโบราณเขียนไวรัสขึ้นเพราะความสนุก
แต่ attacker ในปัจจุบันเขียน malware
เพื่อเงินกันแล้ว มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน zombie
กันด้วยเช่น zombie จำนวน 5,000 เครื่องขาย 500 เหรีญอะไรแบบนี้
Hybrid malware/Blended
Threat คือ malware
ที่รวมความสามารถของ virus, worm, trojan, spyware
เข้าไว้ด้วยกัน
Zero-day attack
ในที่นี้หมายถึง การโจมตีของมาลแวร์/แฮคเกอร์
โดยการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ (vulnerability)
ที่มีอยู่ในซอฟแวร์หรือระบบปฎิบัติการซึ่งไม่มีใครรู้มาก่อนว่ามีช่องโหว่นั้นอยู่
หรือรู้แล้วแต่ยังไม่มี patch สำหรับอุดช่องโหว่
หรือยังไม่มี signature ของโปรแกรมด้าน security
สำหรับตรวจหาการโจมตีที่ว่าในเวลานั้น
Zombie Network
คือ เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ
จากทั่วโลกที่ตกเป็นเหยื่อของ worm, trojan และ
malware อย่างอื่น (compromised machine)
ซึ่งจะถูก attacker/hacker
ใช้เป็นฐานปฏิบัติการในการส่ง spam mail, phishing,
DoS หรือเอาไว้เก็บไฟล์หรือซอฟแวร์ที่ผิดกฎหมาย
จะเห็นได้ว่า worm, trojan, spyware (grayware)
ซึ่งพบเห็นการแพร่ระบาดทั่วไปในปัจจุบันนี้มันไม่ใช่
virus และโปรแกรมป้องกันไวรัสทั่วไปส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถป้องกัน
malware พวกนี้ได้ทั้งหมดด้วย โปรแกรมป้องกันไวรัสทั่วไปให้ผลดีแทบจะ
100% กับ ITW malware แต่กับมาลแวร์อื่นๆแล้วมันยังไม่มีมาตรฐานอะไรมาทดสอบโปรแกรมป้องกันไวรัส
ดังนั้นแค่โปรแกรมป้องกันไวรัส
(จริงๆแล้วน่าจะเรียกว่าโปรแกรมป้องกันมาลแวร์มากกว่า)
แค่อย่างเดียวไม่สามารถป้องกันมาลแวร์ที่กล่าวมาได้ทั้งหมด
แต่มีโปรแกรมป้องกันไวรัสอยู่ยี่ห้อหนึ่งซึ่งเน้นการตรวจหามาลแวร์ทุกๆอย่างที่กล่าวมาแบบเอาจริงเอาจัง
แบบเอาเป็นเอาตาย (ไม่มาลแวร์ก็เครื่องของเราได้ตายกันไปข้างหนึ่ง)
โปรแกรมนั้นคือ
Kaspersky Anti-Virus (KAV)
อันนี้ผมไม่ได้ค่าโฆษณา ผมไม่ได้ขาย KAV
และไม่ได้ชี้นำใครนะครับ
แต่บอกจากความรู้และประสบการณ์ที่ผมมี
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโปรแกรมอื่นๆ ไม่ดีนะครับ
ก็อย่างที่บอกคือ โปรแกรมป้องกันไวรัสแทบจะทุกยี่ห้อสามารถป้องกันกลุ่มมาลแวร์ที่สำคัญที่สุด
ที่พวกเรามีโอกาสพบเจอมากที่สุด อันตรายที่สุด
ที่เรียกว่า ITW malware ได้แบบ 100%
หากเราอัพเดทมันทันเวลาและใช้มันอย่างถูกต้อง ส่วนมาลแวร์อื่นๆที่เหลือเราก็ใช้โปรแกรมเฉพาะทางอื่นๆ
ช่วย เช่น โปรแกรมป้องกันโทรจัน
โปรแกรมป้องกันสปายแวร์ ไฟล์วอล และอื่นๆ
จากคุณ : Xoop - [ 11 เม.ย. 48 18:25:25 ]
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ติด
malware (virus,
worm, trojan, spyware, etc)
1. ทางอีเมลล์ โดยเฉพาะการดูดอีเมลล์จาก pop3
server ด้วยโปรแกรมอย่าง Outlook Express
ส่วนใหญ่จะเป็นพวกหนอนอินเตอร์เน็ตประเภท mass-mailing
worm เช่น Netsky, Beagle, Mydoom
2. จากช่องโหว่ (vulnerability)
ของระบบปฏิบัติการหรือของโปรแกรม โดย network worm,
mass-mailing worm ที่โจมตีช่องโหว่ของ Windows
เช่น Blaster, Sasser, Bobax
ซึ่งต่อไปอาจจะเป็นกรณีของ zero-day attack
3. จากการเข้าไปในเว็บที่มี malicious script/malware
ซ่อนอยู่ก็อย่างเว็บโป๊ เว็บ crack ทั้งหลาย
เช่นพวก dialer, trojan downloader, spyware,
browser hijacker
4. จากการเข้าไปในเว็บธรรมดาที่ติดไวรัสเช่น VBS/Redlof
5.
จากการเคลื่อนย้ายไฟล์จากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งผ่านทางแผ่นดิสก์เช่น
macro virus ที่อยู่ในไฟล์ของ MS Office
6. การดาวโหลดไฟล์จากเครือข่าย P2P อย่างเช่น
KaZaA เช่น P2P worm และโทรจันทั้งหลาย
7.
จากการดาวโหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถืออย่างเช่นเว็บ
crack, warez ส่วนใหญ่จะเป็นพวก private/modified
trojan
8. จากการเล่นหรือรับไฟล์จากโปรแกรมประเภท Instant
Message เช่น MSN, ICQ
9. จากการเล่นโปรแกรมประเภท IRC เช่น Pirch98 เช่น
IRC Worm
และอื่นๆ ที่ยังนึกไม่ออกตอนนี้
จากคุณ : Xoop - [ 11 เม.ย. 48 18:27:15 ] |